เจ้าของบ้านหลายหลังที่อาศัยอยู่ในโครงการหมู่บ้านบนเกาะสมุย เดือดร้อนจากถูกบริษัทบริหารจัดการโครงการตัดน้ำตัดไฟ เพราะไม่ยอมจ่ายเงินที่ถูกเรียกเก็บเงินค่าค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลางย้อนหลัง10ปี จำนวนเงินตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท จนต้องปล่อยบ้านร้างและประกาศขายบ้านแล้วหลายราย
วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์เจ้าของบ้านหลายหลังที่อาศัยอยู่ในโครงการหมู่บ้านสันติธานี ม.5 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่ประสบกับปัญหาเดือดร้อนจากการถูกตัดน้ำตัดไฟมานานหลายเดือน หลังจากถูกบริษัทฯที่เข้ามาบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภครายใหม่ เรียกเก็บเงินย้อนหลังไปกว่า 10 ปี โดยบริษัทฯดังกล่าวได้ให้สำนักงานทนายความทำหนังสือแจ้งให้ชำระค่าใช้สาธารณูปโภคก่อนจะฟ้องคดีกับเจ้าของบ้านหลายราย โดยอ้างว่าศาลฏีกาได้มีคำพิพากษายืนยันให้สิทธิการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดแก่บริษัทฯดังกล่าว และเป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกในหมู่บ้านตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 เป็นต้นมา และต่อไปการบริหารจัดการสาธารณูปโภคในหมู่บ้านสันติธานี จะถูกดำเนินการโดยบริษัทฯนี้ทั้งระบบ
บริษัทฯดังกล่าวยังแจ้งอีกว่า เจ้าของบ้านได้ใช้บริการสาธารณูปโภค ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน การรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ และให้ชำระตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 เป็นต้นมา ภายใน 15 วัน หากเพิกเฉยจะถูกยกเลิกการให้บริการระบบสาธารณูปโภคโดยการตัดกระแสไฟฟ้าและฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ทางเจ้าของบ้านไม่ยินยอมจ่ายเงินที่เรียกเก็บมา ในจำนวนยอดเงินตั้งแต่ 3 แสนบาท และมากสุดถึง 1.3 ล้านบาท เพราะดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม
กลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีว่า ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านสันติธานีได้จ่ายค่าสาธารณูปโภคส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าให้กับ บริษัท สันติธานี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือบริษัท สันติธานี อินฟราสตรัคเจอร์ จำกัด ที่เป็นผู้บริหารจัดการรายเดิมมาโดยตลอด ต่อมาได้รับอีเมลย์จากตัวแทน บริษัท เอสที โอนเนอร์ เมเนจเมนต์ จำกัด ที่เป็นผู้บริหรจัดการรายใหม่ว่าผู้ร้องกับพวกค้างชำระค่าสาธารณูปโภคเป็นเวลา 10 ปี จึงเรียกเก็บเงินย้อนหลังเป็นเงินคนละหลายแสนบาท หากไม่จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดจะถูกตัดสาธารณูปโภค
สอบถามเจ้าของบ้านผู้เสียหายบอกว่า ทุกวันนี้ซื้อถังน้ำไว้สำหรับรองน้ำฝน ถ้าช่วงไหนฝนไม่ตกก็จะซื้อน้ำจากภายนอกมาใช้ ที่ไม่ใช้น้ำจากโครงการเพราะมีการเรียกเก็บเดือนละ 5,000 บาทสูงเกินความเป็นจริง โดยที่ไม่มีการจดมาตรวัดมิเตอร์ปริมาณการใช้ และยังถูกเรียกเก็บย้อนหลังไปอีก 10 ปี แต่บางหลังเจ้าของบ้านที่เป็นชาวต่างชาติอยู่ต่างประเทศก็ต้องยอมจ่ายเพราะโดนจดหมายขู่จะถูกตัดน้ำตัดไฟทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ และเจ้าของที่ดินว่างเปล่าก็ยังถูกเรียกเก็บเงินอีกตารางเมตรละ 34 บาท โดยยอดเงินที่เรียกเก็บจะไม่ชี้แจงหรือแสดงรายละเอียดของจำนวนการใช้น้ำไฟ มีแต่ยอดเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งเจ้าของบ้านบางรายจ่ายเงินไปก็ไม่มีใบเสร็จที่เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย


