ประธานฝ่ายกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช ชื่นชม จนท.กู้ภัยควบคุมอารมณ์ได้ไม่โต้ตอบชายอ้างตัวเป็นปลัดด่าทอ และขอให้เป็นเคสอุทาหรณ์สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่
จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน ได้รับแจ้งเหตุว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ ที่เกิดเหตุ บริเวณ แยกร่วมเริงชัย ถ.ร่วมเริงชัย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพบ ผู้หญิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนหญิง 1 ราย และหญิงท้อง 3 เดือน 1 ราย ก่อนนำผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังจากนั้นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานทำการมีการจราจรติดขัดเล็กน้อย ได้มีชาย แต่งตัวคล้ายข้าราชการ โดยอ้างตัวว่าเป็นปลัด ลงจากรถแท็กซี่ ยืนชี้หน้าด่าท่ออาสาสมัครกู้ภัย ต่างๆนานา อีกทั้งยังมีอาการคล้ายคนเมาสุรา ทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
กู้ภัยงง หนุ่มอ้างตัวเป็นปลัด ยืนชี้หน้าด่าระหว่างปฐมพยาบาลอุบัติเหตุ จยย.ชนกัน บอกทำรถติด
นายก อบจ.โคราชสั่งสอบวินัย ‘หนุ่มอ้างตัวเป็นปลัด’ ด่ากราดกู้ภัยขณะปฏิบัติหน้าที่ คาด 10 วันรู้ผล(ชมคลิป)
ล่าสุด วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 นายสุเทพ ณัฐกานต์กนก ประธานฝ่ายกู้ชีพกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา และคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนเป็นเรื่องเป็นราว ทางองค์กรมูลนิธิราชสมาคมไม่แสวงหากำไรทั่วประเทศได้มีการโทรศัพท์มาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งตนก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก อยากให้ดูคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียใจว่า คู่กรณีอาจจะขาดสติในการหยั่งคิด เพราะกู้ชีพกู้ภัย ทุกคนไม่มีเงินเดือน มีแต่จะทำความดีเพื่อประชาชน เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่างๆ กู้ชีพก็จะไปปฏิบัติหน้าที่จนสุดความสามารถ และตามขั้นตอนที่ผ่านการฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็น สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจ ซึ่งจากการดูภาพมอเตอร์ไซค์ทั้ง 2 คัน ก็ไม่มีการขยับเขยื้อนและอยู่ชิดขอบทางอยู่แล้ว ซึ่งในแง่การปฏิบัติหากเกิดอุบัติเหตุจะต้องอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะต้องรอร้อยเวรเจ้าของคดีมาดู และสั่งการต่อไป ถึงจะขยับรถในที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ทั้งนี้ต้องขอชื่นชมกู้ชีพกู้ภัย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนทุกประการ และมีการชี้แนะเกี่ยวกับการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตามขั้นตอน โดยคำนึงถึงผู้บาดเจ็บก่อน และลดอารมณ์ในการโต้ตอบทำให้เกิดปัญหาบานปลาย ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ได้โทรศัพท์มาขอโทษเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ แล้ว ส่วนเรื่องราวต่างๆ ของคู่กรณีนั้น เห็นว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงแล้ว และขอให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับข้าราชการผู้ใหญ่ต่อไปด้วย


