วันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเทศบาลนครนครศรีธรรมราชโดย นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ ได้ยื่นญัตติ ขอความเห็นชอบให้เอกชนเข้ามาดำเนินการพัฒนาระบบประปาและจำหน่ายน้ำประปาให้ ทน.นครศรีธรรมราช และขอความเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายเกินกว่า 1 ปี งบประมาณระยะเวลาสัญญา 30 ปี งบประมาณ 4,951,152,000 บาท ในการประชุมสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช สมัยสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นหนึ่งในญัตติในการเตรียมโครงการแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จนนำมาสู่ความขัดแย้งอย่างหนักภายในองค์กร ถึงขั้นมีการนัดชาวบ้านรวมตัวคัดค้านญัตติดังกล่าว จนทำให้ในที่ประชุมสภาล่มถึง 2 ครั้งและนัดประชุมครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระการประชุมสมัยวิสามัญอีกครั้งในวันที่ 30 พฤษภาคม เวลา 10.00 น.ที่จะถึงนี้
นายเคารพ อิสระไพบูลย์ ประธานสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือจากนายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีฯ ขอถอนทุกญัตติ ซึ่งหนังสือฉบับดังกล่าวมองว่าไม่ถูกต้องตามระเบียบสักเท่าไหร่ ซึ่งหนังสือฉบับนี้ตนได้ส่งให้เลขาฯสภา เรียบร้อยแล้ว และทราบว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 ได้มี ผอ.สำนักแห่งหนึ่งได้ติดต่อประสานขอหนังสือฉบับดังกล่าวคืน ซึ่งตนได้ปฏิเสธไปแล้ว ส่งมาแล้วลงบันทึกเลขรับแล้วจะเอาคืน มันคืออะไร
“ความจริงแล้ว ในการขอถอนญัตติมีได้หลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการไม่เข้าประชุม ไม่แถลง ไม่อยู่ ญัตติก็จะตกไปโดยปริยาย หรือมาแล้วไม่แถลงก็ตกไป ซึ่งหนังสือฉบับนั้นมองแล้วไม่ชอบ จะมาขอคืนอีกเพื่ออะไร ตนคิดว่าวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ก็น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรกันอีก ส.ท.เองก็น่าจะปฎิบัติตามกฎระเบียบ อย่าลืมว่าวันนี้ประชาชนมองเราอยู่ ส่วนจะมองว่าตนยื้อเวลาให้เข้ามาแถลง แล้วให้สมาชิกถามกลับ คงไม่ใช่ ตนไม่เล่นการเมืองในสภา ความจริงต้องเป็นความจริง” นายเคารพ กล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ วงศ์พิศาล เลขานุการสภาฯ เปิดเผยว่า ตามระเบียบการประชุมสภาฯ ญัตติใดก็ตามที่ยื่นเข้ามาแล้ว ไม่สามารถขอถอนเป็นหนังสือ หรือบอกกล่าวได้ ผู้ยื่นญัตติจะต้องมาถอนที่สภาฯเท่านนั้น หรือหากมีเหตุไม่มาถอนก็ทำหนังสือมอบหมายให้ผู้บริหารท่านใดท่านหนึ่งมาอ่านหนังสือถอนญัตติแทนได้
นายประสิทธิ์ยังตอบข้อซักถามถึงญัตติทั้งหมดที่ตกไป จะก่อให้เกิดปัญหาหรือทำให้ การบริหารงานของ ทน.นครศรีธรรมราช ล่าช้าหรือไม่ว่า เรื่องที่เหลือเป็นเรื่องของการยื่นขอซื้ออุปกรณ์สำนักงาน ซื้อรถ หรืออื่นๆ จิปาถะ เนื่องจากวาระเร่งด่วน 2 วาระ เราได้พิจารณาไปแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ดังนั้น ญัตติสำคัญคือการซื้อนำจากเอกชน และซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ นั่นไม่ใช่วาระเร่งด่วนแต่อย่างใด
ขณะที่ นายอมร วงศ์วรรณ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า วันนี้ผู้มีอำนาจที่สุด คือประธานสภา จะให้ถอนเป็นหนังสือ หรือจะให้ตัวแทนมาถอนแทนก็ทำได้ แต่ตามหลักแล้วหากผู้ยื่นญัตติส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาขอยื่นก็ถือว่าญัตติดังกล่าวต้องตกไป ส่วนสภาจะมีมติอย่างไรเราต้องฟังประธานสภาเท่านั้น
“เข้าใจว่าวันนี้ทางเทศบาลฯอาจจะได้รับหนังสือท้วงติงจากทาง ท้องถิ่นจังหวัด หรือ สตง.ภูมิภาค ที่ 14 นครศรีธรรมราช ถึงเรื่องดังกล่าว เรื่องนี้ยังคงเป็นเพียงแนวคิด หันมาทำหรือแก้ใหม่ทำให้ถูกต้องตามขั้นตอนก็ทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ หนังสือร้องเรียนต่างๆ ของประชาชนที่ส่งมาถึงสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ได้ทำหนังสือตอบกลับไปแล้วว่าให้ชี้แจงข้อเท็จจริงมาว่าเป็นอย่างไร ตนก็จะได้ส่งเรื่องกลับไปให้ผู้ร้องเรียนได้รับทราบ ท้องถิ่นไม่มีอำนาจในการบอกว่าใครผิดใครถูก แต่ท้องถิ่นสามารถบอก ชี้แนะ ข้อผิดข้อถูกให้ปฎิบัติตามได้” นายอมร กล่าว
นอกจากนี้ นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรี ได้กล่าวชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กว่า 100 คน ที่ห้องประชุมชั้น 5 ถึงเรื่องวิกฤตน้ำที่เกิดขึ้น รวมถึงการซื้อน้ำจากเอกชนที่กำลังเกิดความขัดแย้งอย่างหนักในเวลานี้ว่า ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ตนเป็นคนพูดตรงและไม่อ้อมค้อม สิ่งที่เกิดขึ้นหากประชาชนไม่ยอมรับ ตนก็ไม่ทำ แต่วันนี้เราจะต้องหาทางออกด้วยการทำประชามติรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จากกระแสปัญหาต่างๆ มากมายเทศบาลฯจึงจะดำเนินการทำประชามติโดยมี 3 ทางเลือกให้ร่วมคิดกันแก้ปัญหา ได้แก่ 1. ให้เทศบาลฯ ซื้อแหล่งน้ำจากเอกชน การลงทุนทั้งหมดผู้ชนะการประกวดราคาจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเทศบาลฯไม่ต้องลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น และอำนาจในการดูแลบริหารจัดการเป็นของสำนักการประปาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช 2.ยกกิจการของสำนักการประปาเทศบาลฯให้การประปาส่วนภูมิภาคบริหารจัดการ 3.ให้สำนักการประปาเทศบาลฯ บริหารต่อ แต่ขอปรับปรุงราคาขึ้น

