แม่วัย 75 สุดช้ำ ลูกสาวป่วยหนีไปนอนริมถนนแรมปี จำใครไม่ได้-ไม่ยอมให้โดนตัว วอน จนท.ช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้แจ้งต่อผู้สื่อข่าวว่า ที่บริเวณถนนสายเขาพระเอก-หนองกอก หมู่ 9 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี มีหญิงสติไม่ดีรายหนึ่งนั่งอยู่ริมถนนอยู่ระหว่างสี่แยก ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน มานานแรมปี สภาพมอมแมม เสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่ง มีผ้าปิดจมูกเก่าๆ คาดไว้บริเวณใบหน้า เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับประวัติ ก็พูดจาไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้ บริเวณใกล้ทางแยกจะมีกรวยยางสะท้อนแสงมาตั้งวางไว้ห่างๆ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แจ้งเตือนให้คนขับรถยนต์ได้ขับรถอย่างระมัดระวัง

จากการสอบถามชาวบ้านแถวนั้น ทราบว่า หญิงคนดังกล่าวอาศัยอยู่บริเวณริมถนนทางแยกมานานเป็นปีแล้ว ไม่ยอมไปอยู่ที่อื่น แม้ฝนจะตก แดดจะร้อนขนาดไหนก็จะนั่งอยู่ตรงนั้น ประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาพบเห็นเกรงจะเกิดอันตรายถูกรถเฉี่ยวชนได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้มีผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบล หน่วยงานรัฐระดับอำเภอเคยเข้ามาช่วยเหลือนำตัวกลับไปอยู่ที่บ้าน แต่สุดท้ายก็ยังกลับมานั่งอยู่ที่เดิม ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นหวั่นเกรงว่าจะเกิดอันตราย เนื่องจากบริเวณที่นั่งอาศัยอยู่ริมถนนใกล้ทางแยก หากมีรถยนต์ขับมาด้วยความเร็วและไม่ระมัดระวัง อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

นางสุนีย์ แสงระย้า อายุ 75 ปี ชาว ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นมารดาของนางสาวสายทอง แสงระย้า อายุ 48 ปี ลูกสาวที่มานั่งอาศัยอยู่ริมถนน เปิดเผยว่า ตัวเองเหลือลูกที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน หญิง 1 คน โดยลูกสาวคนนี้เป็นคนโตได้ล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเมื่ออายุประมาณ 19 ปี ช่วงนั้นพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา แต่ทางโรงพยาบาลไม่รับ เลยนำตัวกลับมารักษาต่อที่บ้าน แต่ลูกได้หนีออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ริมถนนนานแล้ว ใครจะมาถูกตัวหรือจับตัว ก็จะไล่ฟัน ไล่ตี ไม่ยอมให้จับ จึงอยู่อย่างนี้ตลอดมา กลัวรถจะเฉี่ยวชนแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่เอากับข้าวมาให้กินทุกวัน พูดคุยกันก็ไม่รู้เรื่องกัน นอกจากนี้มีหน่วยงานภาครัฐได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกสาวอยู่เดือนละ 800 บาท

“เคยพยายามเอาตัวลูกสาวออกจากริมถนน แต่กลับถูกใช้ไม้ไล่ตี ไล่ฟันทำร้าย แม้แต่น้องๆ ก็ถูกทำร้ายเพราะเขาจำใครไม่ได้ จึงไม่กล้าเข้าใกล้ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ช่วยเหลือนำตัวออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย และช่วยสร้างที่อาศัยให้อยู่หน่อย เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับลูกที่เสี่ยงกับถูกรถชนไม่วันใดก็วันหนึ่ง”

บทความก่อนหน้านี้‘วันเฮง’ล้ม’ฟูกุฮาระ’ป้องแชมป์สมัย11 วอนอยากออกไปชกต่างประเทศบ้าง
บทความถัดไปMatichon Group has brought criminal charges against iSentia Group and its directors for copyright infringement