วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเกิดวิกฤติน้ำประปาในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายเดชสิทธิ์ ลี่ดำรงวัฒนา รองนายกเทศมนตรีฯรับผิดชอบน้ำประชาได้ตัดสินใจลาออก พร้อมยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะมีการประชุมสภา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมานั้น จึงเหลือรองนายกฯอีก 3 คน ประกอบด้วย นางฮูวัดียะ พิศสุวรรณ อูเซ็ง นายมนัส พงศ์ยี่หล้า และนายพงศ์สิน เสนพงศ์
ล่าสุด กระแสโลกโซเชียลได้มีการแชร์ข้อความพร้อมรูปภาพ เรียกร้องให้ รองนายกเทศมนตรี 2 คน ประกอบด้วย นางฮูวัยดียะ และนายมนัสลาออก เนื่องจากจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล จากเหตุการณ์ซื้อน้ำจากเอกชนในครั้งนี้ พร้อมมีกระแสชัดเจนว่า หากทั้ง 2 คนลาออก จะมีคนในตระกูลเสนพงศ์เข้ามารับตำแหน่งแทนทันทีนั้น
นายมนัส กล่าวว่า ในความคิดของตนเวลานี้ยังไม่มี เนื่องจากยังสนุกกับการทำงาน ตนยังมีงานที่จะต้องสะสางอีกมากมาย บ้านเมืองยังต้องการให้ตนและเทศบาลช่วยเหลือ ตนไม่เห็นว่าโครงการซื้อน้ำจากเอกชนจะทำให้ตนเสียชื่อเสียงแต่อย่างไร ในเมื่องานในหน้าที่ของตน ดูแลสวนสัตว์ ดูแลความสะอาดของบ้านเมือง และอื่นๆจิปาถะ ยังเยอะแยะมากมาย หากว่าทุกคนคิดว่าธุระไม่ใช่ออกไป แล้วใครจะดูแลประชาชน คนอื่นคิดอย่างไรตนไม่ทราบ แต่ตนยังเป็นตัวแทนประชาชน ยังทำหน้าที่เพื่อประชาชนต่อไป เราต้องช่วยกันดูแลบ้านเมือง

ด้านนางฮูวัยดียะ กล่าวว่า ตนรู้สึกตกใจที่เห็นภาพของตนเองจะลาออกจากตำแหน่งทางโลกโซเชี่ยล ก่อนหน้านี้ตนได้เรียนให้นายเชาวน์วัศ รับทราบเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ว่าเมื่อดำรงตำแหน่งครบ 2 ปี หมดวาระการทำหน้าที่ ตนจะยังช่วยงาน นายกฯอีก 1 ปี และก็จะครบตามกำหนดเวลาที่ตนเองจะต้องลาออกประมาณวันที่ 31 มิถุนายน 2559 ไม่เกี่ยวกับเรื่องการบริหารประปาเทศบาลแต่อย่างใด ยืนยันชัดเจนว่ายังไม่ลาออกอย่างแน่นอน ซึ่งการลาออกในครั้งนี้ตนจะต้องไปดูแลครอบครัวที่ต่างประเทศ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด
ขณะที่ นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกฯกล่าวว่า ตนเป็นครูบาอาจารย์ รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร อย่าพยายามนำครอบครัวมาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เราต้องเข้าใจการทำงาน อะไรควร อะไรไม่ควร การเมืองก็ต้องแก้ด้วยการเมือง ตนจะเดินทางกลับจากเรียนหนังสือเย็นวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 จะหารือร่วมหลายฝ่ายพร้อมจะทำให้ดีที่สุด ตนรับทำหน้าที่แทนประชาชน ตนก็จะต้องทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ไม่หนี ไม่ถอย แต่จะแก้ปัญหาให้ดีที่สุด ความเดือดร้อนของประชาชนคือสิ่งที่ตนจะต้องช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องยอมรับว่าหลายเรื่องหลายโครงการสามารถแก้ปัญหาจากความเดือดร้อนของประชาชนได้แล้วเสร็จ แต่ก็ต้องยอมรับว่าบางเรื่องบางโครงการอาจสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างจะให้ทุกคนพอใจหมดเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อตนอาสาและรับทำหน้าที่ก็จะทำให้ดีที่สุด ตนไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นการเมือง
“ ในสภาย่อมมีทั้งซีกเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เราก็ว่ากันไปในสภา ยื่นญัตติเห็นด้วยก็ยกมือ ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องยกมือ แต่ทุกฝ่ายก็จะมีเหตุผลว่าราทำหน้าที่เพื่อประชาชน เมื่อเห็นว่าตนทำไม่ถูกก็แย้งมา ตนไม่ได้ยื้อเรื่องเอาไว้ รอให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร คงต้องมีการแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด “ นายเชาวน์วัศ กล่าว

