วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสำรวล ศรีบุดดี แกนนำชาวบ้านหนองตอ ม 11 ต.หัวช้าง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด นำชาวบ้าน พร้อมผู้ใหญ่บ้านและสื่อมวลชน ร่วมลง ตรวจสอบสถานที่การก่อสร้างปรับปรุงถนนของแขวงการทางจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างถนนผ่านกลางหมู่บ้าน ระยะทาง 1กม.ที่ชาวบ้านเห็นว่าน่าจะเป็นการก่อสร้างถนนที่ผิดปกติธรรมดาทั่วไป เนื่องจากการก่อสร้างถนนที่กำลังมีการก่อสร้างใหม่ ที่มีการขยายถนนให้กว้างขึ้นเล็กน้อย นั้นมีการลดไหล่ถนนลง จนทางรถจักรยานยนต์แคบลง จนต้องไปขี่บนถนน และนอกจากนั้น การก่อสร้างถนน ยังผิดปกติ เนื่องจากการขยายถนนดังกล่าว ยังมีการทำขุดดิน 2ข้างทางออกแล้วทำเป็นหลุมลึก เป็นบ่อปูนลึกว่า 1 เมตร เป็นแนวยาว 2 ข้างถนน เต็มไปหมด ที่เห็นได้ว่าขาดความปลอดภัย ทั้งนี้เนื่องจากการเริ่มที่ผู้รับเหมาเริ่มก่อสร้างมาเป็นเวลาเพียงเกือบ 2 เดือน ไม่มีการทำป้ายเตือน และหลักเขตบอกแนวก่อสร้างให้ชัดเจน ว่ากำลังมีการก่อสร้างถนนให้ชัดเจน จนมีการเกิดอุบัติเหตุกับผู้ใช้รถที่ผ่านกลางหมู่บ้าน ตกลงไปในบ่อปูน 2ข้างทางแล้ว 6 คัน และคันสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 2 วันที่ผ่าน ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และรถยนต์ได้รับความเสียหาย ยังโชคดีที่ไม่ตาย จากนั้นถึงนึกได้ว่าจะเอาป้ายมาเตือน แต่ป้ายก็เล็กมามาก ซึ่งชาวบ้านกลัวว่าจะมีรถมาตกถนนอีก และกลัวว่าจะมีการตายเกิดขึ้น

นายชาญชัย บุญชม ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า ถนนการก่อสร้างถนนระยะทาง 1 กม.จุดนี้ สอบถามาทราบว่าใช้งบ 11ล้านบาทในการจ้างเหมา ที่ตนว่าผิดปกติมาก เพราส่วนใหญ่การขยายถนนจะต้องคงไหล่ถนนไว้เพื่อวามปลอดภยของรถจักรยานยนต์ แต่จุดนี้เป็นย่านชุมชน กลับลดไหล่ทางลง แถมยังไปขุดหลุม ทำเป็นบ่อปูนเต็มไปหมด เหมือนกับจะทำเป็นหลุมดักรถของชาวบ้าน เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากขึ้น เพราะไปขุดเป็นหลุมตรงใกล้หน้าบ้านของชาวบ้านมากขึ้น จนการถบรถยนต์ออกจากบ้านก็ยังลำบากขึ้น หากพลาดก็คือตกลงไปในหลุม ได้รับอันตรายแน่นอน นอกจากนั้นการก่อสร้าง ผู้รับเหมาก็ไม่ติดป้ายเตือนว่ากำลังมีการก่อสร้างให้ชัดเจน ไม่เพียงแต่ชาวบ้านที่ผ่านทางเท่านั้นที่เกิดอุบัติเหตุ ไปแล้ว 6 ราย เท่านั้น เพราะแม้แต่รถบดของผู้รับเหมาเองที่รู้ทั้งรู้ว่า ตนเองกำลังก่อสร้างถนนอยู่แท้ๆก็ยังตกลงไปในหลุม ที่ตนเองทำขึ้นมา แล้วจะให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้ปลอดภัยได้อย่างไร ชาวบ้านเห็นตรงกันคือ ผู้จ้างงงานต้องสั่งการให้ผู้รับเหมาคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนและประชานมากกว่านี้ และก็ต้องแก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วย
ในขณะที่ชาวบ้านกล่าวว่า ชาวบ้านไม่สบายใจตลอด กับการทีเกิดอุบัติเหตุขึ้นถึง 6 ครั้ง ในช่วงระยะเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน ในการเริ่มก่อสร้างถนนช่วงผ่านหมู่บ้านดังกล่าวนี้ เพราะเกรงว่าภัยจะมาถึงชาวบ้าน ที่มีบ้านเรือน 2 ฝั่งถนน ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก แลเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุหมู่ หรือมีการตายเกิดขึ้น กลางหมู่บ้าน หรืออาจจะเกิดจากรถของชาวบ้านเอง เพราะความผิดปกติของถนน ที่ทำเป็นหลุมปูน 2 ฝั่งถนนเต็มไปหมด เหมือนกับเป็นบ่อดักรถ และนอกจากนั้น สาเหตุที่เกิดตกถนนนั้น สาเหตุ 1 คือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง มีการติดตั้งป้ายเตือนผู้ให้รถใช้ถนนให้ชัดเจนว่ากำลังมีการก่อสร้าง และแม้แต่หลักไหล่ถนนก็ไม่ชัดเจน และติดกับไหล่ถนนมากจนเกินไป จนผิดปกติ จากถนนธรรมดาทั่วไป ซึ่งก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งที่ชาวบ้านเล่าพร้อมกับเปิดภาพการเกิดอุบัติเหตุที่บันทึกไว้ ทุกเหตุการณ์ให้เห็น พร้อมกับกล่าวว่า พวกเขาไม่มีความมั่นใจด้ายความปลอดภัย เพราะไม่เพียง แต่รถของประชาชนตกถนนเท่านั้น แม้แต่รถของผู้รับเหมาเองก็ยังตกถนน ซึ่งทีกรร้องไปยังแขวงการทางให้เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อความปลอดภัย แต่ก็เงียบ และไม่มีการเข้ามาแก้ไข สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน ตามต้องการ จึงร้องเรียนมายังสื่อมวลชน ขอให้ ผู้ใหญ่บ้านมาร่วมรับรู้ปัญหาความต้องการด้วยกันอีกครั้งถึงปัญหาและความไม่สบายใจของชาวบ้าน แล้วให้ผู้ใหญ่บ้าน ส่งเรื่องไปยังอำเภอ เพื่อประสานกับแขวงการทางมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับชาวบ้านต่อไป ด้วยความรวดเร็ว

ด้านนายสุพันธ์ จิตไทย ผู้ใหญ่บ้านหนองตอกล่าวว่า ตนเองก็เดือดร้อนเหมือนชาวบ้านทุกคน เพราะการทำถนนใหม่ ถนนกว้างขึ้นไม่มาก แต่อย่างอื่นแย่ลง ไหล่ทางน้อยลง แถมมีบ่อลึก 2 ข้างทางกลางหมู่บ้าน จนผิดธรรมชาติ ผมเองถ้าถอยรถออกกจากบ้านไม่ระวังก็ตกบ่อเหมือนกันกับชาวบ้าน ซึ่ง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งของคนทั่วไปและชาวบ้านด้วย และที่ชัดเจนมากคือทำเป็นหลุม 2 ข้างทางนั้น ร่นเข้ามาใกล้บ้านเรือนของชาวบ้านมากขึ้น และทำให้เสี่ยงอันตรายมากขึ้น อย่างเช่นหากชาวบ้านถอยรถออกจากบ้านหากไม่ระวังก็อาจจะตกลงไปในบ่อปูน ที่สร้างดัก 2 ข้างทางตรวจหน้าบ้านชาวบ้านได้ ซึ่งจะเร่งเสนอแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ 2 ประการไปยังแขวงการทาง คือ 1. ให้ทางแขวงการทาง สั่งผู้รับเหมาติดตั้งป้ายเตือนด้านความปลอดภัยให้ชัดเจนสำหรับผู้ใช้ถนน และ 2. ให้มาวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหา ในส่วนของชาวบ้านที่จะไม่ไปลอดภัยในระยะยาว ที่มีหลุมอันตรายอยู่หน้าบ้านเต็มไปหมด ซึ่งหากแก้ไปไม่ได้ ก็ให้ทำฝาปิดกันอันตรายให้กับชาวบ้านต่อไป

