เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ประชาชนชาวลำปางกำลังให้ความสนใจ และช่วยกันแชร์ข้อความ และภาพที่ทาง “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน” ได้โพสต์ภาพ และข้อความในเฟสบุ๊คของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หริภุญไชย แจ้งข่าว โจรกรรมโบราณวัตถุ โดยมีรายละเอียดว่า “แผงพระพุทธรูปไม้ ถูกโจรกรรมจากวัดม่อนคีรีชัย จ.ลำปาง ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ขอฝากด้วย หากมีผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย”
นอกจากนี้ ทางเพจเฟสบุ๊คพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หริภุญไชย ลำพูน ยังระบุว่า ผู้ขโมย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ผู้จำหน่าย รับซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความ และภาพแผงพระพุทธรูปไม้ที่ถูกโจรกรรมลงไป ก็ทำให้ประชาชนแห่แชร์ต่อไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนชาวลำปางที่สนใจ และให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นวัตถุโบราณของ จ.ลำปาง ที่มีคุณค่า จึงมีการแชร์เรื่องราวต่อออกไป เพื่อหวังให้คนที่พบเห็นช่วยติดตาม และแจ้งเบาะแสเข้ามา
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางยังวัดม่อนคีรีชัย ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง โดยพบกับ พระอธิการยงยุทธ ธัมมยุตโต เจ้าอาวาสวัดม่อนคีรีชัย โดยได้พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่เคยตั้งแผงพระพุทธรูปไม้โบราณไว้ในศาลาการเปรียญภายในวัด ซึ่งใช้เป็นห้องเก็บของ โดยทางวัดทราบว่า แผงพระพุทธรูปไม้โบราณได้หายไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา
แต่วันที่เกิดเหตุถูกโจรกรรมนั้น ไม่รู้ว่าเมื่อใด จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง ทราบ ก่อนที่ชุดสืบสวน และตำรวจศูนย์พิสูจนหลักฐานลำปาง จะเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดในพื้นที่
สำหรับแผงพระพุทธรูปไม้ หรือที่เรียกว่าพระพิมพ์แผง เป็นไม้ และโลหะ รูปแบบศิลปะล้านนา สูง 122 เซนติเมตร กว้าง 17 เซนติเมตร ยาว 61 เซนติเมตร โดยได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากร และได้รับประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ว่า เป็นโบราณวัตถุที่สำคัญ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คาดว่าคนร้ายจะอาศัยจังหวะที่มีงานวัดทำการโจรกรรมไป เนื่องจากศาลาดังกล่าวไม่มีร่องรอยของการงัดประตู หรือหน้าต่างเข้ามา
พระอธิการยงยุทธ ธัมมยุตโต เจ้าอาวาสวัดม่อนคีรีชัย อยากวอนไปถึงผู้ที่โจรกรรมไปให้เอามาคืน เพราะถือว่าเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ประเมินค่าไม่ได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตาม เพื่อนำกลับคืนมา สำหรับผู้ที่พบเห็น และทราบเบาะแส ว่า อยู่ที่ใคร และเอาไปไว้ที่ไหน หรือเอาไปขาย สามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทันที เพื่อจะได้ติดตาม ซึ่งผู้ขาย และผู้รับซื้อจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย






