เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายศรัณยู มีทองคำ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทหารกองกำลังผาเมือง และตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย และ สภ.แม่พริก จ.ลำปาง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ได้ผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 148 กิโลกรัม และเคตามีน หรือ ยาเค 147 กิโลกรัม รถยนต์ 5 คัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( ศอ.ปส.ภ. 5) ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เบาะแสว่าจะมีรถยนต์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านด่านชายแดนด้าน จ.เชียงใหม่และ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้เฝ้าระวังและคัดกรองรถยนต์ต้องสงสัย กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบมีรถยนต์ส่วนบุคคลต้องสงสัย ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5กบ 9885 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านด่านตรวจถ้ำปลา อ.แม่สาย จ.เชียงราย และผ่าน จ.พะเยา มุ่งหน้า จ.ลำปาง โดยมีรถยนต์กระบะสองตอน ท้ายบรรทุก สี่ห้อ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน สย 4207 กรุงเทพมหานคร ขับนำและติดตามเพื่อสำรวจเส้นทาง ต่อมาเวลา 15.40 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ด่านตรวจแม่พริก อ.เถิน จ.ลำปาง ได้เรียกตรวจรถยนต์กระบะสองตอนคันดังกล่าว ซึ่งมีนายเดชาวัต สุขชู อายุ 30 ปี ชาวกรุงเทพฯ เป็นคนขับ จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฏหมายจึงปล่อยตัวไป

จากนั้นในเวลา 16.40 น. เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจแม่พริก พบรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน 5 กบ 9855 กรุงเทพมหานคร มีนายอัศกร บุญฤทธิ์ อายุ 29 ปี ชาว จ.นนทบุรี เป็นคนขับ มี น.ส.วรัญญา สายสร้อย อายุ 24 ปี นั่งโดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดและขอตรวจค้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ จำนวน 100 ก้อน น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม และเคตามีน จำนวน 75 ก้อน น้ำหนักรวม 75 กิโลกรัม ซุกซ่อนในช่องดัดแปลง และบริเวณเบาะหลัง จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และนำตัวทั้ง 2 ไปสอบปากคำ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลประสานไปยังตำรวจภูธรภาค 6 เพื่อสกัดจับ นายเดชาวัต สุขชู ที่ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา ซึ่งเป็นรถนำสำรวจเส้นทางได้ที่ ด่านตรวจพยุหคีรี จ.นครสวรรค์ ขณะเดียวกัน ได้ผลจับกุมนายมงคล ภาศรีเผ่าพงศ์ อายุ 39 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร ขณะขี่รถจักรยานยนต์ยังห้องพักเลขที่ 509 เฮือนคำรีสอร์ท ต.เวียงพางคำ อแม่สาย จ.เชียงราย และจากการตรวจสอบภายในห้องพักดังกล่าวพบยาไอซ์จำนวน 48 ก้อน น้ำหนักรวม 48 กิโลกรัม และเคตามีน 72 ก้อน น้ำหนักรวม 72 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมาย
พล.ต.ท.มนตรี เปิดผยว่า จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้มีตัวการใหญ่ คือ นายวรวุฒิ มีแสงจันทร์ พื้นเพเป็นคนภาคกลาง ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ได้ออกหมายจับแล้ว เพราะเป็นผู้สั่งการและจ้างวานผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้คนลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดจากชายแดนภาคเหนือ เพื่อนำไปไปพักไว้ในพื้นที่ภาคกลาง จากนั้นจะมีลูกค้ามารับต่อเพื่อส่งให้ลูกค้าตามสถานบันเทิงระดับหรูในพื้นที่กรุงเทพฯ ธัญบุรี และสุพรรณบุรี และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน จากข้อมูลพบมีการขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลและเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี
พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยในขณะนี้ พบว่า ปริมาณยาเสพติดที่มีนั้นเกินความต้องการซื้อ ผู้ค้าจึงมุ่งส่งออกไปยังต่างประเทศ ในกลุ่มอาเซียน เฉพาะ 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มีการลักลอบขนเคตามีน และไอซ์เพิ่มขึ้น เราจับได้เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วมากกว่า ร้อยละ 350 ถือเป็นยาเสพติดรูปแบบใหม่ จากเดิมที่เป็นยาบ้า ซึ่งปลายเดือนนี้ รัฐมนตรีเวียดนามจะมาดูงานการสกัดกั้นยาเสพติด และมาตรการยึดทรัพย์ ที่กองกำลังผาเมือง เพื่อลดการบักลอบขนยาเสพติดจากแนวชายแดนไทยไปยัง สปป.ลาว และกัมพูชาที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันจากมาตรการเข้มงวดและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยเฉพาะการเข้มงวดกับกลุ่มชนเผ่าที่รับจ้างขนยาเสพติดแถบเวียงแก่น จ.เชียงราย และแถบ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ทำให้ระยะหลังผู้ค้าหันไปจ้างวานคนนอกพื้นที่ เช่น จ้างชาว จ.น่าน และจากพื้นที่ภาคกลางแถบจ.นนทบุรี เป็นต้น ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยมากขึ้น ส่วนสถิติการจับกุมและยึดยาเสพติดทั้งยาไอซ์ และเคตามีนในปีที่ผ่านมาสามารถยึดของกลางได้หลายร้อยกิโลกรัม
สำหรับมูลค่าของยาไอซ์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1ล้านบาท และเคตามีน กิโลกรัมละ 3 ล้านบาท แต่หากเล็ดรอดและถูกส่งไปยังประเทศที่ 3 จะมีมูลค่าสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว จึงจูงใจให้ขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนยาไอซ์และเคตามีนมากขึ้น

