หน้าแรก ภูมิภาค จนท.อุทยานแห่...

จนท.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ปิดล้อมจับกุมแก๊งมอดไม้ ได้ผู้ต้องหา 1 คน

8.06.19 | 09:48 น.

เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย บุกจับขบวนการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวน แห่งชาติป่าดงภูเมย ป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก ท้องที่ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 7 กิโลเมตร ยึดของกลาง ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ มว.ตชด.2252 เดินลาดตระเวนตามแผนป้องกันพิทักษ์ ป่าภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ภูจองยอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี จนถึงบริเวณป่าลำห้วยรากไม้ ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านแก้งเรือง ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวน แห่งชาติป่าดงภูเมย ป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 7 กิโลเมตร

กระทั่งพบนายนพรัตน์ เบิกบาน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 15 บ้านแก้วเรืองพัฒนา ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี กำลังลักลอบตัดไม้หวงห้าม จึงปิดล้อมแสดง ตัวเข้าจับกุม พร้อมไม้พะยูงจำนวน 4 ท่อน ปริมาตร 0.0167 ลูกบาศก์เมตร และตรวจยึดอุปกรณ์การกระทำผิด เลื่อยคันธนู จำนวน 1 ปื้น, มีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม, เสียม จำนวน 1 ด้าม, กระเป๋าสะพายสีน้ำตาล จำนวน 1 ใบ, ตะไบสามเหลี่ยม จำนวน 1 เล่ม, ไฟฉายชนิดคาดศีรษะ จำนวน 1 ชุด, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, ยาบ้าเม็ดสีส้ม จำนวน 6 เม็ด และชุดอุปกรณ์เสพยาบ้า จำนวน 1 ชุด ( ขวดแก้วและหลอด ) จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย ดำเนิน คดีตามกฎหมายต่อไป

นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการปราบปรามสกัดกั้นจับกุมมาโดยตลอด แต่ทางขบวนการมอดไม้ยังมีความพยายามเข้าไปลักลอบตัดไม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นอกจากเป็นแหล่งไม้พะยูงขนาดใหญ่ ยังมีไม้ชิงชันและไม้ประดู่ เป็นไม้ที่ตลาดต้องการสูง และมีราคาแพงมาก หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะอยู่ในพื้นที่ป่า ถ้าไม่มีของกลาง ก็จะได้รับโทษแค่ปรับ พรบ.ป่าไม้ คนละประมาณ 500 – 1,000บาท จึงทำให้เกิดกลุ่มตัดไม้ใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานด้วยความเข้มงวดและรัดกุมเพื่อรักษาสมบัติ ของชาติเอาไว้ให้คงอยู่สืบไป

Advertisement