หน้าแรก ภูมิภาค ‘ศรีสุว...

‘ศรีสุวรรณ’ ชี้น้ำท่วมกรุงเพราะรัฐชุ่ย ปล่อยสร้างเขื่อนริมคลอง-ผู้รับเหมาบ้านมั่นคงโกยดินถมคลอง

9.06.19 | 10:24 น.

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า หลังมีฝนตกหนักในช่วงบ่ายวันที่ 7 มิถุนายน 2562 ทำให้เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตพญาไท เขตบางซื่อ เขตพระนคร ฯลฯ มีน้ำท่วมขังก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตจราจรติดอย่างหนัก บางรายต้องอยู่บนท้องถนน 4-5 ชั่วโมง ปัญหาดังกล่าวผู้ว่าฯกทม.กลับโทษระบบไฟฟ้าดับที่อุโมงค์สูบน้ำบางซื่อ ไม่เคยโทษตนเองบกพร่องในการบริหารสั่งการให้เตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดฝนตกหนักในวันเวลาใด เรดาร์ตรวจอากาศของ กทม.ก็รายงานข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

“ต้องถามผู้ว่าฯอัศวินตรงๆ ว่ามีความสามารถในการบริหาร กทม.หรือไม่ ต้องถามย้อนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ด้วยว่าจะรับผิดชอบต่อผู้ว่าฯที่ตั้งขึ้นมาได้อย่างไร สัปดาห์ที่แล้วผู้ว่าฯโพสต์โทษชาวบ้านว่าทิ้งขยะลงคลองจนเศษขยะไปขวางทางน้ำเต็มหน้าประตูระบายน้ำบริเวณใต้ทางด่วน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม โดยไม่ตำหนิหรือกวดขันโครงการสร้างเขื่อน ค.ส.ล.ริมคลองของ กทม. งบประมาณ 1,654 ล้าน และโครงการบ้านมั่นคง งบ 4,061 ล้าน ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เป็นสาเหตุหลักที่แอบโกยทิ้งขยะจากโครงการก่อสร้างลงคลองเต็มไปหมดและไม่ยอมขุดลอกก่อนฤดูฝนจะมาถึง” นายศรีสุวรรณกล่าว

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ประชาชนสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ว่า ขณะนี้คลองลาดพร้าว มีลักษณะตื้นเขินมาก พื้นที่รองรับน้ำฝนลดน้อยลง เพราะผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.ริมคลอง ได้โกยดินริมตลิ่งไปเกลี่ยทิ้งลงในคลองตลอดทั้งแนวคลอง ผนวกกับการก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองก็มักง่ายแอบโกยขยะจากการก่อสร้าง เศษอิฐ หิน ดิน ทราย ทิ้งลงในคลองลาดพร้าว บางชุมชนมีการเกรดดินขยายพื้นที่ถมคลองให้แคบลงเพื่อเอาพื้นที่ไปสร้างบ้านมั่นคง โดยที่ กทม.ก็รับรู้แต่ทำไม่รู้ไม่เห็น เนื่องจากโครงการเหล่านี้มีผลประโยชน์มหาศาล มีหน่วยงานรัฐต่างๆ มีเอี่ยวมากมาย

จึงไม่แปลกใจว่า ผู้รับเหมาทั้งสองโครงการจะทำผิดอย่างไร ก็ไม่มีใครเอาผิดได้ เรื่องนี้ต้องฝากถามไปถึง พล.อ.ประวิตร และผู้ว่าฯอัศวิน ถ้าไม่กล้าเอาผิดกับผู้รับเหมาก็ควรลาออกไป และทั้งสองคนไม่ควรหวนกลับมาทำหน้าที่นี้อีกในอนาคตอันใกล้นี้