ตร.แจ้งข้อหาเจตนาฆ่า หนุ่มโหดฆ่า ‘ด.ญ.14’ บีบคอ-ราดน้ำมันเผา อ้างแค้นเหตุผู้ตายคบซ้อน
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ต.ท ประเสริฐ สงแสง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เปิดเผยผลตรวจดีเอ็นเอโครงกระดูกที่พบในป่าละเมาะ หมู่ที่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ตรงกับดีเอ็นเอของ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปีนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังใน อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งญาติได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิษณุ บุญคง อายุ 25 ปีชาวบ้านหมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ ในข้อหาพรากผู้เยาว์ ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2562 โดยหลังเกิดเหตุนายวิษณุ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในจ.สุราษฎร์ธานี จนกระทั่งมีพลเมืองดีไปพบโครงกระดูก เศษชิ้นเนื้อและสร้อยคอรูปคุกกี้รันในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักของผู้ต้องหาประมาณ 400 เมตร โดยญาติยืนยันว่าเป็นศพของ ด.ญ.เอจริง เนื่องจากจำสร้อยคอรูปคุกกี้รันได้ ประกอบกับก่อนหายตัวไปจากบ้านที่ตำบลช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง ผู้ต้องหาคนดังกล่าวได้เข้ามารับผู้ตายวัย 14 ปีออกจากไป จนกระทั่งพบกลายเป็นศพ
ซึ่งชุดสืบสวนตำรวจสภ.เมืองตรังและชุดสืบสวนสภ.นาโยง จ.ตรัง ได้ตามจับกุมผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ที่สภ.นาโยง จ.ตรังเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นคนไปรับเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาจากบ้านจริง และเป็นคนลงมือบีบคอก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผาซ้ำ เพราะความโกรธแค้นที่ผู้ตายคบซ้อน ซึ่งตำรวจสภ.นาโยง ได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจ.ตรัง ในข้อหาพรากผู้เยาว์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ว่าตรงกับผู้ตายหรือไม่
กระทั่งเมื่อเช้า วันที่ 9 มิถุนายน ตำรวจสภ.เมืองตรังได้แจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาอีก 1 ข้อหา คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาคนดังกล่าวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ จ.ตรัง ในข้อหาแรก ขณะที่ญาติของผู้ตายเตรียมนำโครงกระดูกกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

