หน้าแรก ภูมิภาค แม่มาเอง! สาว...

แม่มาเอง! สาวสุราษฎร์แจ้งความโดนขโมยลูก แม่ตัวจริงโผล่ ยื่นสูติบัตรยัน ก่อน ตร.ส่งตรวจดีเอ็นเอ(ชมคลิป)

11.06.19 | 09:17 น.

สืบเนื่องกรณี น.ส.ศศิธร ชูจิต อายุ 30 ปี ชาว ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา แจ้งตำรวจถูกคนร้ายผู้หญิงวางยาลักลูกชายวัย 1 ขวบ 8 เดือน ที่ริมถนนชนเกษม ตรงข้างหน้าห้างแม็คโคร เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อบ่ายวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ระหว่างตำรวจสอบปากคำ น.ส.ศศิธรกับสามีที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาที่สามี น.ส.ศศิธร อ้างว่าเป็นแม่ของเด็ก พร้อมต่อว่าเรื่องการแจ้งความ เนื่องจากได้ตกลงกันเรื่องรับเด็กกลับมาที่ จ.ตรัง แล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.23 น. วันที่ 10 มิถุนายน น.ส.อิงอร อายุ 18 ปี ชาว จ.ตรัง อุ้มเด็กชายวัย 1 ขวบ 8 เดือนนั่งรถแท็กซี่เดินทางจาก จ.ตรัง มาถึง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำตามที่ตำรวจ สภ.กันตัง จ.ตรัง ประสานส่งตัวมา โดยมีเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งได้นำหลักฐานใบสูติบัตรแจ้งเกิดมายืนยันความเป็นมารดาและบุตรชายดังกล่าว

น.ส.อิงอรให้การยืนยันว่า เด็กชายคนดังกล่าวเป็นบุตรของตนเอง และเรื่องป้ายยา น.ส.ศศิธร จนสะลึมสะลือไม่เป็นความจริง โดยได้มีการนัดแนะมาดูบุตรชายก่อนที่จะรับตัวกลับไป จ.ตรัง ซึ่งการที่ตนเองเดินทางมา สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นมารดา โดยมีหลักฐานการแจ้งเกิดและหลักฐานการคุยกับ น.ส.ศศิธร ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์มาแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าตำรวจ

รายงานข่าวระบุว่า ก่อน น.ส.อิงอรจะนำเด็กชายเดินทางมาถึง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ น.ส.ศศิธร จนยอมรับสารภาพว่า เด็กชายคนดังกล่าวไม่ใช่บุตรที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งตนได้ตั้งครรภ์และเกิดแท้งลูก แต่ด้วยความกลัวครอบครัวสามีเสียใจและผิดหวัง เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดได้รู้จักกับมารดาของเด็กที่ประสงค์จะหาผู้เลี้ยงดูบุตร เนื่องจากมีปัญหาครอบครัว จึงสวมรอยว่าเด็กเป็นลูกของตน

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก.สภ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว ชุดสืบสวนได้เร่งคลี่คลายคดี และ น.ส.อิงอรได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนพร้อมยืนยันหลักฐานเป็นบุตรตนเองแล้วก็ตาม พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งให้นำทั้ง 2 ฝ่าย และเด็ก รวม 5 คน ไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดที่สุด พร้อมสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริง ก่อนจะสรุปคดี แม้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้ให้การไปทางเดียวกันแล้วว่าเด็กเป็นบุตรของใครก็ตาม

Advertisement