หน้าแรก ภูมิภาค ร้องพายุงวงช้...

ร้องพายุงวงช้างพัดบ้านพังนานกว่า1เดือน แต่ไร้หน่วยงานเหลียวแล(ชมคลิป)

12.06.19 | 14:59 น.

ทุกข์ชาวบ้านผลพวงพายุงวงช้างพัดเสาไฟฟ้า 3 ต้น ล้มทับบ้าน 2 หลังติดกันพังเสียหายยับ ผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือนยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานใด ช่วงนี้หน้าฝนเดือดร้อนหนักต้องอพยพลูกชายป่วยพิการทางสมองรวม 4 ชีวิตไปอาศัยบ้านลูก ขณะที่ยายวัย 79 ปี เจ้าของบ้านโดนกระเบื้องหลังคาตกใส่หัวและแขนบาดเจ็บ ถึงขั้นหามส่ง รพ.เดชะบุญไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

วันที่ 12 มิถุนยน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากนางสมบูรณ์ อ้นชุม อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.1 บ้านปากห้วยโป้ ต.นาท่ามเหนือ อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าของบ้านว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก สืบเนื่องจากเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มพาดทับหลังคาบ้านพังเสียหายยับเยิน และยังลามไปจนถึงตัวโครงสร้างของบ้าน ฝาผนังปูนซีเมนต์แตกร้าว สายไฟระโยงระยางทำให้เสาไฟฟ้าแรงต่ำบริเวณใกล้เคียงล้มลงรวม 3 ต้น เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายเวลา 16.00 น.วันที่ 10 พฤษภาคม 62 ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลากว่า 1 เดือนแล้วแต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา และซ่อมแซมบ้าน

นางสมบูรณ์ เล่าว่า ช่วงวินาทีเกิดเหตุ ตนและลูกหลานอยู่ในบ้าน 4 คน ระหว่างนั้นเกิดพายุฝนและลมกระโชกแรง และเสียงตะโกนจากคนข้างนอกว่าเป็นพายุวงช้างพัดเสาไฟฟ้า 3 ต้น เสาแรงแรงที่ปักอยู่หน้าบ้านได้ล้มพาดทับหลังคาของต้น ซึ่งขณะนั้นทำอะไรไม่ถูกมึนงงไปหมด เสียงดังสนั่นเหมือนระเบิดตกมาจากหลังคาบ้าน ตอนนี้คิดอย่างเดียวพาลูกชายอายุ 40 ปีที่ป่วยพิการทางสมองออกมาจากตัวบ้านเอาตัวเองให้รอดปลอดภัย ซึ่งตนเองได้รับบาดเจ็บเศษกระเบื้องตกใส่ศีรษะ และทิ่มแทงเข้าแขนขวาได้รับบาดเจ็บ หลังฝนพายุหยุดจึงไปพบแพทย์ที่ รพ.ศูนย์ตรัง และขณะนั้นกระแสไฟฟ้าก็ยังเดินอยู่ เดชะบุญที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

นางสมบูรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้ทางครอบครัวเดือดร้อนมาก และต้องอพยพไปอยู่บ้านลูกสาวฝั่งถนนตรงข้าม อีกทั้งต้องมีภาระดูแลลูกชายที่ป่วยพิการทางสมอง ถึงตอนนี้กว่า 1 เดือน บ้านยังไม่ได้รับการซ่อมแซม หรือได้รับเงินเยียวยาใดๆ ที่ผ่านมาทางผู้ใหญ่บ้าน และ นายก อบต.นาท่ามเหนือ แวะมาเยี่ยมถามสารทุกข์และความเดือดร้อน และมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ส่วนเรื่องบ้านนั้นตนเองและลูกๆได้ไปสอบถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดตรังแล้ว ทราบเพียงว่าจะเข้ามาเยียวยาช่วยเหลือแต่ถึงตอนนี้เรื่องยังเงียบ และบอกเพียงว่าให้หาเงินซ่อมแซมบ้านไปก่อน แต่ทางครอบครัวไม่มีกำลังในการหาเงินมาซ่อมแซมบ้าน จึงต้องทนแบกรับชะตากรรมไปก่อน ขอวิงวอนไปยังผู้เกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือด่วนเพราะช่วงนี้เข้าสู่หน้าฝนทำให้มีความเดือดร้อนและความเป็นอยู่ยากลำบากมาก และข้างบ้านยังมีหลุมลึกกว่า 1 เมตรที่ปักเสาไฟฟ้ายังเปิดปากบ่อปิดทับเศษกระเบื้องหลังคาไว้ยังไม่ฝังกลบดินเสี่ยงต่อเกิดอันตราย เพราะลูกชายตนเองสภาพร่างกายไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป

Advertisement