รองผู้ว่าฯตรัง พร้อมคณะลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดูแลพะยูนน้อย “มาเรียม”
รองผู้ว่าฯตรัง พร้อมคณะลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดูแลพะยูนน้อย “มาเรียม” ด้านหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงหวั่นหน้ามรสุมจะเกิดอันตรายต่อน้องมาเรียม ขึ้นป้ายห้ามส่งเสียงดัง พร้อมวางทุ่นล้อมกรอบห้ามเรือจอดและวิ่งผ่าน
วันที่ 14 มิถุนายน ที่บริเวณอ่าวดุหยง ใกล้เขาบาตู หมู่ 4 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง หลังจากที่ทีมแพทย์ทั้งจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กลุ่มพิทักษ์ดุหยง และผู้นำชุมชนได้ประชุมร่วมกัน เพื่อเตรียมแผนดูแลอนุบาลพะยูนน้อย “มาเรียม” ล่าสุดนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ร่วมกับ นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สัตว์แพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง ติดตามเฝ้าระวังอนุบาลลูกพะยูน (น้องมาเรียม) บริเวณเขาบาตู ได้ป้อนนม จำนวน 2,020 มิลลิลิตร หญ้าทะเล จำนวน 100 กรัม และร่วมกับผู้นำชุมชนในท้องถิ่นตำบลเกาะลิบง กำหนดวางทุ่นแนวเขตเพื่อมิให้เรือวิ่งผ่านและจอดเรือบริเวณอนุบาลลูกพะยูน เพื่อความปลอดภัยของน้องมาเรียม

“สิ่งที่เป็นห่วงกังวลในการดูแลมาเรียมคือ ในช่วงฤดูมรสุมมาเรียมซึ่งยังเป็นพะยูนวัยเด็กยังช่วยตัวเองไม่ได้ และห่วงเจ้าหน้าที่ทีมสัตวแพทย์และทุกฝ่ายที่ต้องลงไปป้อนนม หญ้า และพามาเรียมออกกำลังกายจะทำงานยากลำบาก และมาเรียมอยู่ในทะเลเติบโตมากับคน ซึ่งจะไม่รู้จักน้ำขึ้นน้ำลงเหมือนใช้ชีวิตกับแม่จะเกิดอันตราย จึงต้องเตรียมแผนร่วมกันการอนุบาล และจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังคุ้มครองพื้นที่ในแนวทุ่นตลอด 24 ชม. ทั้งจากการเกยตื้น และป้องกันเรืออื่นไม่ให้เข้าใกล้ และเพื่อความปลอดภัยของมาเรียมและของเจ้าหน้าที่ทีมสัตวแพทย์ที่จะต้องป้อนนมและหญ้าทะเลเตรียมไว้ 3 วิธีคือ 1.การทำกระชังลอยน้ำ 2.ทำบ่อหรือแอ่งน้ำเคลื่อนที่ และ 3 หากรับมือมรสุมหรือคลื่นลมใหญ่ไม่ได้จะต้องเคลื่อนย้ายน้องมาเรียมไปอนุบาลที่ห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
วันเดียวกัน นางณิทฐา แสวงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายศุภศักดิ์ ศรีหมาน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง พร้อมคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลพะยูนน้อย “มาเรียม”อย่างใกล้ชิดนั้น โดยนางณิทฐา กล่าวให้ความเห็นว่า เป็นที่ทราบว่าเกาะลิบง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรัง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาดูพะยูน จากการตนมาดูพื้นที่เกาะลิบงมีโอกาสที่จะพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะเส้นทางยังไม่ได้รับการปรับปรุงพัฒนาหลายสาย แม้แต่เส้นทางที่จะเดินทางมาดูพะยูนยังเป็นถนนลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ ลำบากต่อการสัญจรโดยเฉพาะในหน้าฝนฝนตกน้ำเซาะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาชมพะยูนต้องนั่งรถซาเล้ง จึงสมควรที่จะได้รับการพัฒนา ระยะทางประมาณ 2 กม.เศษ จะได้ประสานไปยังหน่วยงานรับผิดชอบลงมาดูแลอย่างจริงจัง หรือแม้กระทั้งงบพัฒนาจังหวัดก็จะได้เตรียมการกันต่อไป
นางณิทฐา กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะจุดชมพะยูนที่ต้องปีนป่ายขึ้นภูเขา ทราบว่าสะพานที่ใช้เดินทางบนภูเขาชำรุดจึงให้ทางอุทยานฯหาดเจ้าไหมร่วมกับทางอำเภอจัดทำโครงการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวขึ้นไปชพะยูนมอบหมาใหเท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรังนำโครงการไปประสานกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาว่าจะมีงบประมาณมาพัฒนาหรือผลักดันได้ นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาอาชีพของกลุ่มพัฒนาสตรี เช่นอาหารผลิตภัณฑ์ทะเลจะต้องพัฒนาต่อยอดสินค้าต่อไป ซึ่งงบกลุ่มพัฒนาสตรีมีความเป็นไปได้มาก ประการสำคัญในเรื่องของการรักษาความสะอาดเป็นนโยบายของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของความสะอาด เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาแล้วเกิดความประทับใจ ทั้งประทับใจพะยูนและความเป็นอยู่ของชาวบ้านชุมชนเกาะลิบง ซึ่งตรงนี้ต้องเกิดความความร่วมไม้ร่วมมือของชาวบ้านชุมชน
“สำหรับกระแสพะยูนน้อย “มาเรียม” ที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้นถ้าได้คุยกับชาวบ้านในพื้นที่นั้นช่วงนี้เป็นหน้าโลซีซั่น แต่ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยว เดินทางมาชมพะยูนน้อย “น้องมาเรียม” อย่างต่อเนื่อง ตรงจุดนี้จะต้องดูแลน้องมาเรียมอย่างไรนั้นคือ หญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนจะต้องมาการอนุรักษ์เพาะพันธุ์หญ้าทะเลให้พะยูนมาอาศัยและกินให้เพียงพอ รวมถึงเรื่องชายฝั่งทางชุมชนมีการดูแลพะยูนอยู่แล้วด้วย และที่มีการหวั่นว่ากระแสพะยูนน้อย “มาเรียม”จะมีการเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์นั้น จริงๆ แล้วไม่สามารถเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ได้เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายรวมทั้งผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ชาวบ้าน ในพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ใครที่จะมาชมพะยูนมาเรียมเองก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย มีเจ้าหน้าที่ดูแลพะยูนมาเรียม แต่ได้ชมอยู่ในจุดที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้เท่านั้น ตรงนี้ไม่ห่วงเลย” นางณิทฐา กล่าว

