สาว 2 เตือนภัย! พนง.รถทัวร์หื่นลวนลาม หอมมือ-โชว์อวัยวะเพศ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน หลังจากที่สาวหนองบัวลำภู ได้โพสต์เฟชบุ๊กเตือนภัย จากเหตุการณ์ที่โดนมากับตัวเอง ขณะที่นั่งรถทัวร์ออกจากกรุงเทพฯ จะมาบ้านเกิดปลายทางที่อำเภอสุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู บอกเล่าประสบการณ์ นั่งรถทัวร์เจ้าหนึ่งจากกรุงเทพฯ กลับหนองบัวลำภู โดนพนักงานบนรถทัวร์คุกคามทางเพศ แต่ได้พยายามหาวิธีการเอาตัวรอดซึ่งสมาชิกเฟซบุ๊กดังกล่าวระบุว่า
#เตือนภัยเจอมากับตัวเองค่ะ

วันนี้เองมีเรื่องราวมาเตือนภัยสำหรับคนที่เดินทางคนเดียว โดยเฉพาะผู้หญิงวันนี้เจอมากับตัวเองเป็นบริษัทรถทัวร์บริษัทหนึ่งในอำเภอสุวรรณคูหา (ขอไม่เอ่ยจ้า) เรื่องมีอยู่ว่าหนูเดินทางจากกรุงเทพ-สุวรรณคูหา…เวลา 20.40 น. เดินทางคนเดียว พอขึ้นรถเสร็จมีพนักงานเก็บกระเป๋าคนหนึ่ง ได้นำผ้าห่มมาให้.. .แต่พอเสร็จกลับเอามือลูบหนูก็ไม่ได้คิดอะไร..คิดว่าพี่เขาคงหยอก.. แต่พอครั้งที่สองได้เอามือมาลูบไล้ที่แขน..หนูคิดว่าไม่ใช่ละแต่ก็ไม่ได้พูดไรมาก..พอรถมาถึงอยุธยาซึ่งเป็นเวลาที่หนูหลับ..หนูรู้สึกตัวเหมือนมีอะไรแข็งๆ มาถูที่แขนเห็นพี่เขาเอาอวัยวะเพศชายมาถูแขนหนู… พอหนูรู้สึกตัวพี่เค้าก็จับมือหนูไปดมพร้อมกับหอมที่แก้มหนู หนูตกใจคิดว่าจะมีคนทำแบบนี้บนรถ…จึงตะโกนบอกว่าพี่จะทำอะไรอ่ะ..เค้าก็เดินจากไปเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นซึ่งคนบนรถก็มีอยู่แต่พี่ก็กล้าทำนานพอสมควรจนถึงหนองบัวลำภูซึ่งคนบนรถเหลือประมาณสามคน….อีกคนลงที่อำเภอนากลาง…ทำให้บนรถมีหนูอยู่เพียงแค่คนเดียวที่จะเดินทางไปอำเภอสุวรรณคูหา…แล้ว จู่ๆ พี่เค้าก็มานั่งข้างๆ ถามและทำไมสวยจังน่ารักจังทำหน้าอกมาหรือยัง…แปลงเพศมาหรือยัง..ผิวหอมมากเลย..พี่ชอบแบบหนูนี่แหละพร้อมกับเอามือหนูไปดมพร้อมจับอวัยวะเพศแก..แล้วพี่แกก็พยายามที่จะหอมแก้มหนู หนูบอกว่ามันไม่เหมาะที่นี่อ่ะ…พยายามคุยด้วยดีดีเพราะหนูกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูในระหว่างทาง..ตอนนั้นหนูพยายามเอาโทรศัพท์มาถ่ายวิดีโอเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน…โดยในวิดีโอจะเห็นพี่เค้าโชว์อวัยวะเพศของตัวเองและลวนลามหนู.และพอพี่เขาจากไปหนูก็ติดต่อญาติให้มารับที่ตรงสถานีตำรวจซึ่งเป็นที่จอดรถ…พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีค่ะ
ปล. #โพสต์นี้ก็เป็นอุทาหรณ์การเตือนภัยสำหรับชาวสุวรรณคูหาโดยเฉพาะผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวค่ะ

 

หลังพบข้อความดังกล่าว ในวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เพื่อสอบถามรายละเอียดกับร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่ง เป็น ร.ต.อ.ถวัลย์ หอมพรมมา ร้อยเวรเจ้าของคดี แต่ออกเวรในช่วงวันหยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจใน สภ.สุวรรณคูหา จึงได้ติดต่อประสานให้สอบถามข้อมูล ทางโทรศัพท์ ซึ่งร้อยเวรเจ้าของคดี ได้แจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งความจากนายโอ นามสมมุติ (นายกัลญาภัค บุญฮวด หรือน้องแก้ม) อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 5 บ้านนาไก่ ต.กุดผึ้ง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นสาวประเภทสองว่าได้ถูกพนักงานบนรถทัวร์โดยสารสายกรุงเทพ-หนองบัวลำภู ลวนลามและอนาจาร จึงได้เข้ามาแจ้งความ จึงได้ติดตามนายโชคชัย เหล่าวีระพงษ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 12 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพนักงานรถทัวร์คันดังกล่าวมาสอบสวน ซึ่งทั้งสองคนก็ได้พูดคุยเจรจาทำความเข้าใจกันและได้ขอโทษกับผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความและได้ปรับนายโชคชัย เหล่าวีระพงษ์ ไป 500 บาท ในข้อหาอนาจารและปล่อยตัวไป
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 23 หมู่ 5 บ้านนาไก่ ต.กุดผึ้ง อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้พบกับนางบี นามสมมุติ (นางบัวเงิน บุญฮวด) อายุ 49 ปี แม่ของนายโอ ผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความ และได้ลงข้อความเตือนภัยให้กับผู้หญิงในเฟซบุ๊ก ถึงภัยในการเดินทางจากรถทัวร์โดยสารประจำทาง ซึ่งได้พบกับผู้เสียหาย แม่และเพื่อนบ้านนั่งกันอยู่ใต้ถุนบ้าน ได้เล่าเหตุการณ์และการที่ได้ลงเรื่องดังกล่าวนั้นในโลกโซเชียลเพราะต้องการให้เป็นการเตือนภัยสำหรับสังคม ซึ่งนางบี แม่ของนายโอ ก็ได้ห้ามลูกไม่อยากให้ลงข้อความดังกล่าว เนื่องจากว่าตัวเองและลูกชายก็อยู่กันตามลำพัง กลัวในหลายเรื่องที่จะเป็นภัยตามมา แต่ลูกชายก็บอกว่าอยากที่จะเตือนภัยให้กับสังคม ไม่ได้ต้องการทำร้ายอะไรใคร
โดยการเดินทางของตนเองไม่สามารถเดินทางทางเครื่องบินซึ่งสนามบินกลับบ้านก็มีแต่อยู่จังหวัดอุดรธานี ไม่มีใครจะสะดวกไปรับ จึงได้ตัดสินใจขึ้นรถโดยสารประจำทาง ซึ่งเป็นรถทัวร์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง กลับมาบ้านและก็ได้เกิดเหตุการณ์ตามที่ได้โพสต์ไปในโลกโซเชียล การลงข้อความดังกล่าวเป็นการทำเพื่อเตือนภัยพี่น้อง โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยความเป็นห่วง ห่วงสังคม ซึ่งตนเองก็เคยได้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายนี้มาแล้วบ่อยครั้งประมาณ 4-5 ครั้ง กับพนักงานที่ก่อเหตุก็เคยได้เห็นกันมาแต่ก็ไม่ได้เป็นอะไร อาจจะเป็นเพราะมีคนมากหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น เขาบอกกับหนูว่า หนูพูดเพราะ ก็คนเราถ้าเขาเอาสิ่งของมาให้ก็ต้องขอบคุณ แต่ในวันนั้นตั้งแต่เริ่มเดินทางแล้วมันมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เราเอะใจ จนต้องเฝ้าระวัง ซึ่งช่วงเกิดเหตุการณ์ถูกลวนลามก็ได้โทรหาแม่หลายครั้ง แม่ก็บอกให้ไปนั่งใกล้ๆ กับผู้โดยสารคนอื่น
นอกจากนั้น นายโอยังบอกอีกว่า ช่วงวินาทีที่ถูกลวนลามนั้น หนูตกใจมาก แต่ในความตกใจ ถ้าเกิดเรื่องนี้แล้วไม่ได้เผยแพร่ออกไป ฉันต้องเสียใจแน่ๆ เพราะว่าอีกหลายคนก็ต้องมาเจอแบบหนูอีกหรือเปล่า หนูอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ไม่ใช่เฉพาะกับผู้หญิง หรือสาวประเภทสองเท่านั้น แต่กับทุกเพศทุกวัย ล้วนมีโอกาสที่จะเกิดและเป็นเหมือนกันทั้งสิ้น
ก็อยากให้วิดีโอนี้ ฝากไปถึงผู้หญิงผู้ชายวัยชราหนุ่มสาว ก็ควรระวังในเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าภัยรอบตัวไม่รู้ว่าจะเกิดตอนไหน สิ่งดีๆ ที่จะทำได้ที่ที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์คือ มีสติ และการเอาตัวรอด หนูก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเอาตัวรอดอย่างไร สำหรับหนูใช้วิธีนี้เอาตัวรอดออกมาได้ ก็ทำเป็นพูดดีกับเขา
การโพสต์เรื่องนี้ก็แค่อย่ากตักเตือนไม่ได้หวังว่าจะเอาเรื่องกับพี่เขา อยากให้โอกาสเขา ไปที่อื่นก็อย่าไปทำอย่างนี้กับคนอื่น ก็ยังให้โอกาสอยู่ หนูได้ตักเตือนไปว่าขอให้คิดอะไรให้เยอะๆ คิดถึงหน้าลูก หน้าเมีย หน้าครอบครัวเอาไว้ ถ้าถูกประจานออกไปลูกเมียจะอับอายแค่ไหน หน้าที่การงานจะตกแค่ไหนไม่ใช่ทำแล้วมาคิด เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เขาก็มาโทษหนูตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอก
ส่วนทางด้านนางบี แม่ของผู้เสียหาย ก็เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตัวเองเฝ้าพี่สาวไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล ก็ได้แต่ให้ลูกไปหาตรงที่คนมากๆ แล้วเล่าให้เขาฟัง เขาโทรมาบอกว่าแม่มีคนจะทำไม่ดีกับหนู ซึ่งสำหรับลูกคนนี้ แม่ว่าจะเป็นสาวประเภทสอง ในเรื่องของกิริยานิสัยนั้น แม่เองไม่อยากจะพูด แต่อยากให้ไปถามชาวบ้านดู เขาจะเป็นคนดีช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอดตั้งแต่เรียนจบ ไปทำงาน ซึ่งเรื่องการแปลงเพศของลูก แม่ก็รับได้ เราอยู่ด้วยกันสองคน ลูกคนโตก็ไปแต่งงานแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ก็รู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากลูกผ่าตัดและต้องเดินทางไปพบแพทย์อยู่เป็นประจำ
ทางด้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาไก่ ซึ่งเป็นฝ่ายปกครองของหมู่บ้านก็บอกว่า สำหรับเรื่องนี้ก็รู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้จะไปเกิดขึ้นกับใครบ้าง โดยเฉพาะกับคนสุวรรณคูหา ที่เดินทางปลายทาง แล้วส่วนมากมักจะไม่ค่อยมีผู้โดยสาร ก็รู้สึกตกใจและกลัวกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้
ทางด้าน นายชนะศึก ภูโสภา นักวิชาการขนส่งชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการขนส่ง ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมาหลังจากทราบเหตุการณ์เรื่องนี้ทางเฟซบุ๊ก ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นรถโดยสารประจำทางสายที่ 5 เส้นทางกรุงเทพ-หนองบัวลำภู-ศรีเชียงใหม่ เป็นรถร่วมของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 49 (3) แห่ง พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ได้เรียกพนักงานขับรถคันดังกล่าวมาให้ถ้อยคำ ในวันที่ 17 มิถุนายน 2562 นี้ และพร้อมกันนี้ก็ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดตรวจการขนส่งหนองบัวลำภูลงพื้นที่ ได้บันทึกปากคำของพนักงานขับรถไว้แล้วในเบื้องต้น ซึ่งเรื่องนี้ทางขนส่งหนองบัวลำภูไม่ได้นิ่งนอนใจ และหากประชาชนพบเห็นเรื่องที่เป็นภัย เรามีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีปัญหาไม่ได้รับความสะดวก เป็นภัย สามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 2584
//////////////////////////////////////////////////////////

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปูไข่’ อดีตนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ จี้แก้ปม ‘แกร็บ’ คาใจ ยิงกันตายต่อหน้า ตร. แนะผู้มีอำนาจตามโลกให้ทัน
บทความถัดไปเมียท้องร่ำไห้ เผยหนุ่มเคอร์รี่แค่แวะกินข้าว แต่ใส่เสื้อสีส้ม วินอุดมสุขนึกว่าอริยิงดับ