หน้าแรก ภูมิภาค ฉลามขาวตรวจ 2...

ฉลามขาวตรวจ 2 ท่าเรือหรูใกล้เมืองภูเก็ต พบบางส่วนส่อรุกป่าชายเลน

30.05.16 | 18:24 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วย พ.อ.สานิตย์ ซ้ายขวัญ ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. ศปป.4 นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (สบทช.6) นายสุริยะ สอนเสริมเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 21 (ทับปุด พังงา) นำชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สนธิกำลังร่วมกับ ทหาร ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยว่า มีการครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 23 (ภูเก็ต)

โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณส่วนมารีนพลาซ่า ภายในท่าเทียบเรือโบ๊ทลากูน ต.เกาะแก้ว อ.เมืองภูเก็ต มีนายโอภาส ศรีชะอำ เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ และนายบุญทรง กิตติสิทธิโธ ผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารกลาง บริษัทภูเก็ต โบ๊ทลากูน จำกัด นำเอกสารสิทธิ ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ และ สค.1 2 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 27 ไร่เศษ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการรังวัดแนวเขตพื้นที่ที่มีการนำเอกสารมาแสดง เพื่อทำการเปรียบเทียบกับแผนที่ซึ่งทางกรมฯ มีอยู่

นายโอภาส กล่าวว่า ในการเข้ามาตรวจสอบของเจ้าหน้าที่นั้น ทางโครงการได้นำหลักฐาน โฉนด 2 แปลง  และ สค.1 2 แปลง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง

หลังจากนั้นได้เข้าตรวจสอบบริเวณท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ตมารีน่า มีนายสรายุทธ มัลลัม กรรมการผู้จัดการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำเอกสารสิทธิซึ่งเป็นโฉนดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยได้มีการขอคัดสำเนาไว้ พร้อมให้ทางตัวแทนบริษัทนำชี้แนวเขตโฉนด เพื่อทำการรังวัด และเปรียบเทียบกับแผนที่ทางอากาศของทางกรม ทช. ที่มีอยู่ เพื่อตรวจสอบว่าตรงกันหรือไม่อย่างไร

201605301609195-20150427133841

Advertisement

นายสรายุทธ ได้มีการนำหลักฐานโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุว่าที่ผ่านมา ที่ดินแปลงนี้ซึ่งมีเนื้อที่ 180 ไร่ ได้ถูกตรวจสอบมาโดยตลอด และเคยถูกอายัดมาเป็นเวลา 2 ปี กระทั่งทุกหน่วยที่ตรวจสอบยืนยันว่าถูกต้อง และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ ด้วยมั่นใจว่าเอกสารได้ผ่านการตรวจสอบของหลายหน่วยงาน และผู้ใหญ่ในแต่ละหน่วยงานก็ยืนยันแล้วว่าถูกต้อง

ด้านนายศักดิ์ดา ได้กล่าวภายหลังการตรวจสอบพื้นที่ทั้งสองแปลง ว่า จากการดูภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ก่อนปี 2510 จะพบว่า พื้นที่บริเวณที่มีการตรวจสอบนั้น จะมีสภาพเป็นป่าชายเลน และเป็นป่าตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2530 และยังเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ แต่จากการดูภาพถ่ายครั้งล่าสุด พบว่าได้มีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นจำนวนมาก และทั้งสองพื้นที่นั้นทางผู้ดูแลได้มีการนำเอกสารสิทธิมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจสอบว่าถูกต้องตรงแปลงหรือไม่ มีการใช้ประโยชน์มาอย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยจะเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ ทั้งนี้ของกรม ทช. และ กรมที่ดิน ต่อไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ในการตรวจส่วนผู้เป็นเจ้าของเป็นใครนั้นตนไม่ทราบ แต่มีการนำชื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนมาอ้าง ก็ค่อนข้างตกใจว่า หากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่ผิดกฎหมายก็รู้สึกเสียใจ ในส่วนของการดำเนินการขั้นตอนต่อไปนั้น เมื่อทางเจ้าของพื้นที่มีเอกสารสิทธิก็ต้องยอมรับว่าเอกสารสิทธินั้นอาจจะได้มาโดยสุจริต แต่ทั้งนี้ก็จะต้องนำเอกสารต่างๆ ดังกล่าวไปพิสูจน์ พร้อมกันนี้ก็ได้ทำการรังวัดแนวเขตด้วย ส่วนการได้ซึ่งที่ดินหากอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนก็ไม่น่าที่จะออกได้ ซึ่งขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบก่อน” นายศักดิ์ดา กล่าว

นายศักดิ์ดา กล่าวด้วยว่า ภาพรวมเป้าหมายการตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย จำนวน 34 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2,200 ไร่นั้น ขณะนี้ได้ผู้ต้องหาจำนวน 10 คน และได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ได้พื้นที่ที่ไม่สามารถนำเอกสารสิทธิใดๆ มาแสดงได้เนื้อที่รวมประมาณ 300-400 ไร่ ส่วนที่มีเอกสารสิทธิมาแสดงนั้นเนื้อที่ประมาณกว่า 1,000 ไร่ เนื่องจากขณะนี้การตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ