วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุทธิพันธ์ สุวรรณบัณฑิต ส.อบต.ท่ามะพลา อ.หลังสวน จ.ชุมพร เปิดเผยว่า มีชาวบ้านที่มีฐานะยากจนถูกรถกระบะพุ่งชนบ้านจนเสียหายทั้งหลัง แต่ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายได้ จึงต้องทนอยู่อาศัยใต้ซากบ้านตากแดดตากฝนนานนับเดือน จากนั้นจึงพาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้าน หมู่ 7 ต.ท่ามะพลา เป็นบ้านไม้ มุงหลังคาสังกะสี อยู่ริมถนนสายท่ามะพลา –หาดยาย บ้านมีสภาพพังลงมาทั้งหลัง ทรัพย์สินต่างๆ ภายในบ้านเสียหายหมด เสาบ้านทั้งสี่ต้น ผนังบ้านทั้ง 3 ด้านพังลงมา เหลือผนังบ้านด้านหลังแผ่นเดียวเท่านั้น มีน้ำฝนที่ตกลงไปในบ้านตลอดเวลา
นายสุทธิพงษ์ นาคฉายา อายุ 54 ปี และพี่สาวคือ น.ส.สุคนธ์ นาคฉายา อายุ 60 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เจ้าของบ้านเปิดเผยในสภาพเสื้อผ้าเปียกปอนว่า บ้านหลังนี้ได้รับมรดกจากพ่อแม่ เดิมเป็นบ้านไม้ที่แข็งแรงมาก แต่เนื่องจากมีสวนผลไม้เพียง 1 ไร่เท่านั้น เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตตนสองคนจึงออกรับจ้างได้ค่าจ้างวันละ 100-300 บาท จนเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 เวลา 02.00 น.มีรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งมี นายมนัส เล่งระบำ อายุ 47 ปี ชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร เป็นคนขับ ได้พุ่งเข้าชนบ้านจนพังลงมาทั้งหลัง ตนสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง สารวัตรสอบสวน สภ.หลังสวน โดยคนขับรถอ้างว่าหลับใน แต่มีประกันภัยชั้น 1 ของบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง

จากนั้นบริษัทประกันได้ส่งพนักงานมาตรวจสอบแล้วบอกว่า บ้านมีสภาพทรุดโทรมมากแล้ว ขอจ่ายค่าเสียหาย 30,000 บาทเท่านั้น ตนจึงบอกว่าบ้านพังหมดทั้งหลัง ไม่สามารถพักอาศัยได้ ขอให้ซ่อมแซมให้เหมือนเดิม แต่พนักงานของบริษัทประกันไม่ยอม ทั้งที่ตนพาช่างมาตีราคาค่าซ่อมเป็นเงิน 300,000 บาท แต่พนักงานบริษัทกลับบอกว่าบ้านมีสภาพแค่คอกหมูเท่านั้น ตนสองคนจึงจำเป็นอาศัยอยู่ใต้ซากบ้าน ถ้าฝนตกหนักก็ต้องนอนเปียกฝน จนวันที่19 พฤษภาคม 2559 บริษัทประกันภัยส่งหนังสือมายืนยันว่าจ่ายค่าเสียหายได้เพียง 30,000 บาท ตนสองคนไม่มีเงินไปจ้างทนาย จึงขอความช่วยเหลือจาก นายสุทธิพันธ์ สุวรรณบัณฑิต ส.อบต.ของ อบต.ท่ามะพลา
พ.ต.ท.ฉัตรชัย นวลจริง เจ้าของคดีกล่าวว่า ได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาท ทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แก่เจ้าของรถและอยู่ระหว่างการส่งฟ้องต่อศาล ส่วนค่าเสียหายได้บันทึกตามที่ผู้เสียหายระบุ ที่บริษัทประกันจะจ่ายแค่ 30,000 บาทก็คิดว่าน้อยเกินไป แต่เป็นคดีแพ่งที่ต้องฟ้องร้องกันเองหากตกลงกันไม่ได้ ส่วนในคดีอาญาที่ตนรับผิดชอบก็จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

