ทีมสัตว์แพทย์ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ และผู้นำชุมชน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง “ถก”แนวทางการดูแลพะยูน “มาเรียม” ในช่วงฤดูมรสุมใหญ่ เสนอแนวทางทำบ่ออนุบาลชั่วคราวริมชายฝั่ง โดยให้เจ้ามาเรียมเข้าไปอยู่ในช่วงเจ้าหน้าที่ให้อาหาร และช่วงน้ำลง เนื่องจากหวั่นน้ำลงจะเกิดการเกยตื้นได้รับอันตราย
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยนายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง และทีมสัตว์แพทย์จากกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และผู้นำชุมชน ต.เกาะลิบง ร่วมกันหารือถึงแนวทำงานดูแลอนุบาล “เจ้ามาเรียม” พะยูนน้อย เพศเมีย อายุประมาณ 5-6 เดือน ที่ขณะนี้อยู่ในความดูแลอนุบาลของเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ที่บริเวณอ่างดูหยง ต.เกาะลิบง จ.ตรัง โดยในช่วงมรสุมใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัยกับมาเรียม และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งจากเรื่องอันตรายจากคลื่นลมแรง อันตรายจากแมงกะพรุน ปลากระเบน ซึ่งที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ได้รับอันตรายจากปลากระเบนและพิษแมงกะพรุนแล้ว และเกรงมาเรียมจะได้รับอันตรายจากการถูกคลื่นซัด และอันตรายจากการเกยตื้น

ทั้งนี้ ทางศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่วว่า ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางคือ การทำบ่ออนุบาลชั่วคราวขึ้นบริเวณริมฝั่ง ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มากเหมือนดังเช่นที่มีการทำขึ้นที่ต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับการให้อาหาร และให้ความปลอดภัยในตอนกลางคืนในช่วงมรสุมใหญ่ แต่พอตอนกลางวันก็ปล่อยให้ออกไปหากินตามธรรมชาติ ซึ่งคนที่จะออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติและไม่กระทบสิ่งแวดล้อม คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ทั้งนี้จะเป็นบ่อชั่วคราวเพื่อการอนุบาลมาเรียมให้รอดปลอดภัย หรือจะใช้สำหรับเป็นบ่อในการรักษาสัตว์ทะเลหายากเวลาเกยตื้นในท้องทะเลตรังก็ได้ แต่ทั้งนี้ขอให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวบ้านและชุมชน ซึ่งจะมีการนัดชาวบ้านหารือร่วมกันอีกครั้งในพื้นที่จริง เพื่อจะได้ร่วมกันวิเคราะห์เสนอแนวทาง
นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า ได้นำเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ร่วมกันลาดตระเวนไปตามแนวชายฝั่งและตลอดแนวที่น้ำทะเลลดต่ำลงบริเวณหน้าเขาบาดูพื้นที่อนุบาลมาเรียม หลังจากน้ำทะเลในช่วงน้ำใหญ่ลดต่ำลงในเวลาประมาณ 02.00 – 03.30 น. เพื่อออกตามหามาเรียม เนื่องจากเกรงว่าจะเกยตื้นเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากมาเรียมไม่ได้เติบโตมากับแม่ เหมือนพะยูนตัวอื่นๆ ทำให้มาเรียมไม่รู้จักน้ำขึ้นน้ำลง ที่ผ่านมาเมื่อน้ำลงต่ำสุด เจ้าหน้าที่จะออกลาดตระเวนตามหามาเรียม หลายครั้งพบมาเรียมยังคงนอนหลับอย่างสบาย (ตามภาพนอนหงาย และซุกตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่กับลำไม้ไผ่) ตามลำพังอย่างไร้เดียงสา และน่าสงสาร โดยไม่รู้ว่าถ้าน้ำทะเลลงตัวเองจะต้องลงตามน้ำไปอาศัยในร่องน้ำลึก ไม่งั้นจะตายได้ แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าระวังอยู่แล้วได้ลาดตระเวนหลังน้ำลดออกตามหาจนพบตัวและช่วยเหลือนำพาลงในน้ำได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ไม่พบมาเรียมนอนหลับตามซอกหินเหมือนเดิม ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่ามาเรียมเริ่มเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวบ้างแล้ว เมื่อน้ำลงก็พาตัวเองลงตามน้ำ ทั้งนี้ หากหลังจากนี้ในช่วงน้ำลง เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนไม่พบมาเรียมนอนหลับตามซอกหินเหมือนครั้งก่อน แสดงว่าปัญหาการเกยตื้นหลังน้ำลดของมาเรียมก็จะหมดไป ส่วนที่ทางกรมฯมีแนวทางอนุบาลมาเรียมในช่วงมรสุมใหญ่และคลื่นลมแรงด้วยการทำบ่ออนุบาลชั่วคราวเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และมาเรียม

