เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายสมพงษ์ รัตนสุวรรณ พร้อมญาติ รวมกว่า 30 คน เข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.กระบี่ ขอความเป็นธรรมให้รื้อคดีใหม่ หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ให้จำคุกตลอดชีวิต นายสุชาติ รัตนสุวรรณ อายุ 52 ปี และนายปรีชา ขุนทองแก้ว อายุ 59 ปี ชาวบ้าน ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ในคดีพยายามฆ่าผู้อื่น เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน เร่งรัด รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคน หลังจากเกิดเหตุประมาณ 10 วัน โดยไม่สอบสวนพยานแวดล้อม รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด และบริเวณร้านที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ไปซื้อกระเบื้อง ร้านกาแฟ ในตลาด อ.เขาพนม ให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งหลังจากออกหมายจับกุมตัว ผู้ต้องขังทั้งสองคนเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเวลาต่อมา โดยคดีนี้ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่พนักงานอัยการและฝ่ายโจทก์ ยื่นศาลอุทธรณ์ โดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคน คนละ 33 ปี และวันที่ 11 มิถุนายนที่ผานมา ศาฎีกามีคำพิพากษาเพิ่มโทษจำเลยทั้งสองคน เป็นจำคุกตลอดชีวิต

พ.ต.ท.ชาติชาย นาคปักษี พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะคำให้การของผู้ที่ถูกยิง ว่า รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ จำลักษณะการแต่งกาย วันที่ก่อเหตุได้ นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่สอบปากคำ พยานบุคคล ที่ฝ่ายผู้ต้องสงสัยอ้าง ว่าอยู่กับ ผู้ต้องสงสัยก่อนเหตุ โดยให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยมี พนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ร่วม ทำคดีด้วย จึงรวบรวมส่งพนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ สั่งฟ้องศาล และศาลมีคำพิพากษาออกมาดังกล่าว

สำหรับเหตุดังกล่าวกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน หลายชนิดยิงถล่ม นายชัยยุทธ รอดแก้ว อายุ 49 ปี มีอาชีพเป็นทนายความ อยู่บ้านเลขที่ 481/2 ถ.อุตรกิจ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่ ขณะขับรถยนต์เก๋งพร้อมด้วยภรรยา มาถึงที่เกิดเหตุบริเวณถนนธนทรัพย์ ต.กระบี่ อ.เมืองกระบี่ มีบาดแผลถูกยิงที่แขนขวา 1 นัด และที่ขาขวา 1 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาล (รพ.) กระบี่ ตรวจสอบพบบริเวณที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนลูกซอง จำนวน 8 ปลอก ตกอยู่บนถนน และหัวกระสุนไม่ทราบชนิด 1 หัว ตกอยู่ที่เบาะนั่งคนขับ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชัยยุทธได้ขับรถคันดังกล่าวออกจากบ้านพักเพื่อไปส่งเอกสารที่ไปรษณีย์ โดยเลี้ยวมาทางซอยดังกล่าว แต่ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายขับรถกระบะอีซุซุตอนครึ่ง สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตามประกบด้านหลังรถ จากนั้นคนนั่งหลังกระบะใช้อาวุธปืนยิงใส่รถ 1 นัด นายชัยยุทธ จึงได้เบรกรถกะทันหัน และหักหลบ ทำให้รถคนร้ายขับแซงไปด้านหน้า จากนั้นคนนั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนยิงถล่มไม่ยั้ง ก่อนขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องที่ดินสวนปาล์มน้ำมันของเอกชน ที่หมดอายุสัมปทาน

