ป่วยซึมเศร้าอีสานใต้ทะลุแสน หมอห่วงผู้ป่วย40%ยังไม่รักษา เตือนชา กาแฟ น้ำอัดลม กระตุ้นอาการกำเริบ

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2562 นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ระยะนี้มีความเป็นห่วงผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ซึ่งทั่วประเทศมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 1.4 ล้านคน เฉพาะที่ 4 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 9 ในความดูแลของโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ สุรินทร์ มียอดรวม ตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 – พฤษภาคม 2562 จำนวน 100,976 คน เข้าถึงบริการแล้วร้อยละ 66 จึงขอให้ผู้มีอาการซึมเศร้าที่ยังไม่เข้ารักษาตัวซึ่งมีประมาณร้อยละ 30-40 อย่าอายหมอ ขอให้รีบไปรักษาที่โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านทุกแห่ง เพื่อหายจากความทุกข์ทรมาน

“ได้ให้ฝ่ายเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลจิตเวชฯ วิเคราะห์ประเภทอาหารที่เป็นผลดี และเป็นผลเสียต่อโรคซึมเศร้าและยาที่ใช้รักษา เนื่องจากผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่จะฟื้นฟูอยู่ที่บ้าน ขณะนี้มีการโฆษณาอาหารต่างๆผ่านทางสื่อจำนวนมาก อาหารบางอย่างอาจมีสารที่มีผลขัดขวางกับฤทธิ์ยารักษาโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งโรงพยาบาลจิตเวชฯให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนใดๆซ้ำเติมผู้ป่วยอีก” นพ.กิตต์กวี กล่าว

นางจิรัฐิติกาล ดวงสา นักโภชนาการและหัวหน้ากลุ่มงานโภชนาการประจำ โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาฯ กล่าวว่า อาหารที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควรรับประทาน เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพยารักษาของแพทย์ยิ่งขึ้น มี 5 กลุ่มและเครื่องดื่มอีก 2 ชนิด

อาหาร 5 กลุ่มประกอบด้วย 1.กลุ่มอาหารที่มีกรดไขมันที่ดีต่อสุขภาพช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ คือโอเมก้า 3 ได้แก่ เนื้อปลาต่างๆ อาทิ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ทูน่า ปลาช่อน ปลาดุก ปลาสวายเนื้อขาว 2.ไข่ มีกรดอะมิโนที่สำคัญ โดยเฉพาะทริปโตเฟน (Tryptophan) และไทโรซีน (Tyrosine) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยสารทริปโตเฟนจะช่วยสร้างสารซีโรโทนิน (Serotonin) ทำให้อารมณ์ดีและยังเปลี่ยนให้เป็นเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น 3.กลุ่มกล้วย มีแร่ธาตุโพแทสเซียมและสารทริปโตเฟน ช่วยบรรเทาให้ความดันโลหิตกลับสู่ภาวะสงบ ลดการเกิดภาวะเครียดและวิตกกังวล 4.กลุ่มคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ลูกเดือย ข้าวโพด ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น จะช่วยสร้างสารซีโรโทนินในสมอง ช่วยให้ผ่อนคลาย และ 5. กลุ่มเห็ดทุกชนิด จะมีธาตุเซเลเนียม(Celenium)สูง ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุขลดอารมณ์ขุ่นมัวได้
ส่วนเครื่องดื่ม 2 ชนิดที่เป็นผลดีกับอารมณ์เป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ได้แก่ 1.น้ำอัญชันในดอกอัญชันจะมีสารแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์กระตุ้นความจำ ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความกังวลและช่วยให้นอนหลับ และ 2.น้ำลำไยซึ่งมีสาร 2 ชนิดคือกรดแกลลิก (Gallicacid) ทำให้อารมณ์ดี ผ่อนคลาย และสารกาบาช่วยผ่อนคลายความเครียด และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

สำหรับกลุ่มอาหารที่ผู้ป่วยซึมเศร้าห้ามรับประทาน เนื่องจากจะซ้ำเติมอาการป่วย หรือ ขัดขวางการดูดซึมยาที่รักษามี 2 ประเภท และเครื่องดื่มอีก 3 ชนิด โดยประเภทอาหารได้แก่ 1.อาหารที่มีน้ำตาลสูง หวานจัด เนื่องจากอาหารที่มีน้ำตาลสูงร่างกายจะดูดซึมได้เร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเครียด หากเผชิญเป็นประจำอาจนำมาสู่อาการหดหู่ซึมเศร้าได้ 2.อาหารประเภทไส้กรอก และ ถั่วปากอ้า ซึ่งมีสารไทรามีนสูง สามารถทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคซึมเศร้าบางชนิด เช่น ยาเซเลจิลีน(Selegiline) จะส่งผลให้มีสภาวะความดันโลหิตสูงได้

“เครื่องดื่ม 3 ชนิด ที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ควรดื่มเป็นอย่างยิ่ง คือ 1.ชา-กาแฟ เนื่องจากมีปริมาณคาเฟอีนสูง ทำให้นอนไม่หลับกระสับกระส่าย หากดื่มเกินกว่า 2 แก้วต่อวัน จะทำให้ปริมาณคาเฟอีนในร่างกายสูง ทำให้วิตกกังวล ใจสั่น และ เครียดเพิ่มขึ้น 2.น้ำอัดลมโดยเฉพาะน้ำอัดลมประเภทสีดำ เนื่องจากมีทั้งปริมาณคาเฟอีน และ น้ำตาลสูง รวมทั้งน้ำอัดลมประเภทสีดำ และไดเอต

มีงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาด้านประสาทวิทยาในต่างประเทศ พบว่า กลุ่มผู้บริโภคเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 4 กระป๋อง หรือ 4 แก้วต่อวัน จะมีความเสี่ยงเกิดโรคซึมเศร้าได้มากกว่าคนปกติ 3 เท่า ผู้ป่วยซึมเศร้าจึงควรเลี่ยงดื่มจะดีที่สุด และ 3.น้ำผลไม้บางชนิดเช่น น้ำในตระกูลส้ม เสาวรส น้ำองุ่นหรือเกรฟฟรุต เป็นต้น อาจทำปฏิกิริยากับยาที่ใช้รักษา ทำให้ตัวยาไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการรักษาเท่าที่ควร” นางจิรัฐิติกาล กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯสุราษฎร์ ลุยจับยึดรุกป่าชายเลนดอนสัก 3 แปลงกว่า 300 ไร่
บทความถัดไประเบิดศึกพีทีที ซูเปอร์ไบค์ 2019 ทัพนักบิดกว่า 200 ร่วมแข่ง 4 สนาม(คลิป)