หน้าแรก ภูมิภาค ทนายเตรียม 6 ...

ทนายเตรียม 6 แสน รอประกันติวเตอร์โหด พร้อมพวก จนท.เผยยังหา ‘ไม้เบสบอล’ ใช้ตีน้องชายแดนไม่เจอ (คลิป)

18.06.19 | 16:09 น.

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ศึกษาธิการจังหวัด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ร่วมกันนำกำลังพร้อมกับหมายค้นเข้าตรวจสอบสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านไอซ์แลนด์ 6 ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อเก็บรายละเอียดและตรวจค้นหาหลักฐานการพัวพันเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน หรือน้องชายแดน อายุ 14 ปี ศิษย์ที่เข้าไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าว ก่อนถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุสาเหตุการตายเกิดจากการบาดเจ็บของตับอ่อน จากการกระทบต่อช่องท้อง ซึ่งเจ้าของสถาบันกวดวิชาอ้างว่าเป็นการเล่นกันเองของเด็กในสถาบันเดียวกัน และไม่เกี่ยวข้องกับการที่น้องชายแดนได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อรุ่งสางของวันนี้ (18 มิถุนายน 2562) พ.ต.อ.สุทธินันทร์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในสังกัด และเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ร่วมกันนำกำลัง พร้อมหมายจับที่ออกในเวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ไปที่สถาบันกวดเตรียมทหาร “กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ” เพื่อจับกุมตัวนายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชา รวมถึง น.ส.พีรญา พละแสน อายุ 25 ปี ภรรยา และ น.ส.นงลักษณ์ พละแสน อายุ 54 ปี แม่ยาย โดยมีรายงานว่า การออกหมายจับกุมตัวทั้ง 3 คนในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีเด็กที่เรียนอยู่ในสถาบันเดียวกัน ทั้งศิษย์เก่าที่ออกไปแล้ว และศิษย์ปัจจุบันที่ยังศึกษาอยู่หลายปากที่ให้ปากคำกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ ยืนยันชัดว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีส่วนร่วมกับศิษย์ที่เป็นหัวโจกอีก 4 คน ทำร้ายน้องชายแดนจนเสียชีวิต แต่ขณะนี้ทั้ง 3 คน ยังคงให้การปฏิเสธ

ต่อมา พ.ต.อ.สุทธินันทร์ คงแช่มดี ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้จัดกำลังทีมค้นหาอีกชุดหนึ่ง ในการค้นหาไม้เบสบอล จำนวน 8 อัน ที่ใช้ในการตีเด็ก ซึ่งเป็นวัตถุพยานที่สำคัญที่ถูกนำไปทิ้งบริเวณใต้สะพานริมแม่น้ำปิง พื้นที่หมู่ 1 ต.วัดไทร อ.เมืองนครสวรรค์ โดยมีรายงานว่า หนึ่งในเด็กหัวโจกที่เป็นลูกสมุนเจ้าของสถาบันกวดวิชายอมเปิดปากว่า เจ้าของสถาบันสั่งให้นำไม้เบสบอล จำนวน 8 อัน ไปทิ้งเพื่อทำลายวัตถุพยาน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการประสานไปยังหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครนครสวรรค์ ให้นำเรือออกค้นหาไม้เบสบอลที่สระน้ำดังกล่าว โดยมีการนำเด็กที่เปิดปากให้การรับสารภาพไปชี้จุดตรงที่ทิ้งไม้ แต่ปรากฏว่า การค้นหากินเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่พบวัตถุพยานสำคัญแต่อย่างใด

ด้าน พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า จากสำนวนแนวทางการสืบสวนสอบสวน มีการยืนยันชัดเจนว่า มีการร่วมกันทำร้ายจนน้องชายแดนถึงแก่ความตายจริง จึงมีการดำเนินการออกหมายจับก่อน โดยหมายจับได้รับอนุมติออกมาเมื่อตอนเที่ยงคืน จากนั้นจึงได้วางแผนในการนำกำลังตำรวจในสังกัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเข้าปิดล้อมพื้นที่บริเวณบ้านตั้งแต่เวลา 01.00 น. จนกระทั่งถึงรุ่งสาง จึงได้มีการให้เจ้าหน้าที่นำหมายจับไปแสดงกับนายณัฐพล น.ส.พีรญา และ น.ส.นงลักษณ์ ในข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย โดยในการจับกุมนั้นพบว่า ทางกลุ่มผู้ต้องหามีการเตรียมกระเป๋าเดินทางคล้ายกับจะเดินทางไปไหนด้วย จึงได้ควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวน แต่ยังคงให้การปฏิเสธ พร้อมกับมีการเรียกทนายนำหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว ซึ่งในขั้นตอนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัวไว้สอบสวน โดยมีเวลา 48 ชั่วโมงในการสอบปากคำ ซึ่งหลังจากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปฝากขังต่อศาลต่อไป ซึ่งยืนยันว่า คดีนี้ไม่มีความน่าเป็นห่วง และไม่มีอะไรซับซ้อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดทำงานในคดีนี้ทำงานกันอย่างเต็มที่

ส่วนบรรยากาศในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำผู้ต้องหาไปขังรวมไว้ที่ห้องขังก่อน จะมีการนำตัวขึ้นมาสอบที่ห้องประชุมใหญ่ที่จัดเตรียมไว้ทีละคน โดยทราบว่า ขณะนี้ ทนายส่วนตัวของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้มีการเตรียมหลักทรัพย์ไว้รวมกว่า 600,000 บาท ในการประกันตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่การสอบสวนยังคงไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ต้องการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาให้ละเอียดอย่างรอบด้านก่อน

Advertisement