“มือยิง” หนุ่มเชียร์แขกหาดป่าตองมอบตัวแล้ว 2 ราย ยันถูกทำร้ายก่อน

กรณี พ.ต.ท.สิทธิพล เจ้ยชุม สารวัตร (สอบสวน) สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายบริเวณซอยป่าตองทาวเวอร์ ถนนทวีวงศ์ หาดป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ทราบชื่อภายหลังคือ นายปัญญา กิ่งจำปา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 /16 ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และจากการตรวจสอบโดยรอบพบซองปืนพกสั้นสีดำตกอยู่

วันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่สถานีตำรวจภูธรป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต นายณรงค์ หรือตั้ม เดินช่วยกิจ และ นายฉัตรชัย หรือบังเลาะ ดำเชื้อ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ พุกบัวขาว รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง เพื่อมอบตัวสู้คดี โดยได้นำอาวุธปืนพกสั้น ขนาด.22 ของกลางที่ใช้ก่อเหตุมาเป็นหลักฐาน โดยมี ร.ท.วัฒนชัย คล่องประดิษฐ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย กรมทหารราบที่ 25 (ชป.รส.ร.25) นายพัฒนพงศ์ เหนือคลอง ปลัดอำเภอกะทู้ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำ

พ.ต.อ.อโณทัย กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.วันที่ 23 มิถุนายน เกิดเหตุทะเลาะวิวาท เกิดการชกต่อย และใช้อาวุธยิงกันเสียชีวิต จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุชกต่อยกันคือ นายตั้ม หรือนายณรงค์ เดินช่วยกิจ กับนายปัญญา กิ่งจำปา เนื่องจากมีการโต้เถียงกัน และนายณรงค์ ได้ไปตามนายฉัตรชัย ดำเชื้อ หรือบังเลาะ ซึ่งมีการพกพาอาวุธปืนมาด้วย เมื่อมาเริ่มแรกก็พยายามห้ามปราม แต่กลับถูกผู้เสียชีวิตทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บก่อน จึงได้ใช่อาวุธปืนที่พกพามายิงไปที่ผู้เสียชีวิต 1 นัด หลังเกิดเหตุก็ได้หลบหนีไป แต่ต่อมาได้รู้สึกนึกผิด จึงได้มีการติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอมอบตัว อันเนื่องมาจากถูกกดดันอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ ส่วนผู้ก่อเหตุคนอื่นๆ จากการสอบสวนจะเหลืออีก 1 คน ส่วนข้อกล่าวหาเบื้องต้น คือ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิต

“สาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ ฝ่ายผู้ก่อเหตุแจ้งว่าได้เข้าไปพูดจาตักเตือนคนทางฝั่งของผู้เสียชีวิต เนื่องจากมีพฤติกรรมคล้ายกับจะไปตบทรัพย์นักท่องเที่ยว จึงเกิดความไม่พอใจกันขึ้น จนนำมาสู่การทะเลาะวิวาทและเสียชีวิตในที่สุด โดยในส่วนของผู้เสียชีวิตจากการสอบสวน ทราบว่าไม่ใช่หัวหน้าวิน และไม่ได้เป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง” พ.ต.อ.อโณทัย กล่าวและว่า สำหรับผู้เสียชีวิตมีอาชีพหาแขกหรือเชียร์แขก ไม่ได้เป็นวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างแต่อย่างใด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุทะเลาะกันเฉพาะหน้า

ด้าน พ.ต.อ.อารยะพันธุ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายตั้ม หรือนายณรงค์ ทราบว่า ผู้เสียชีวิตกับผู้ก่อเหตุรู้จักกัน แต่ไม่สนิทสนมกัน เนื่องจากมีวินรถตุ๊กตุ๊กอยู่ตรงข้ามกัน และเห็นพฤติกรรมของสาวประเภทสองที่ผู้เสียชีวิตดูแลไปหากินกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีการล่อลวงตบทรัพย์ จึงได้เข้าไปตักเตือนด้วยความหวังดี ทำให้ฝ่ายของผู้เสียชีวิตไม่พอใจ จนเกิดการชกต่อยและใช้อาวุธยิงกันจนเสียชีวิตดังกล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ตนและพวกไม่ได้มีเจตนาจะให้เกิดเรื่องหรือมีผู้เสียชีวิต แต่พอไปถึงก็ถูกผู้เสียชีวิตไล่ทำร้าย โดยใช้เหล็กตีเข้าที่ใบหน้า ซึ่งบาดแผลก็ยังมีอยู่เหตุที่เข้าไปก็เพื่อที่จะห้ามปราบไม่ให้เกิดเรื่องทะเลาะกันขึ้น แต่ด้วยผู้เสียชีวิตทำร้ายตนก่อนจึงเกิดอารมณ์โมโหขาดสติและตอบโต้ไป รวมทั้งอยากขอโทษผู้ตายและครอบครัว

ทั้งนี้ หลังให้ปากคำเสร็จสิ้น นายฉัตรชัยได้เปิดให้ดูรอยบาดแผลที่บริเวณจมูก หลังมือทั้งสองข้าง และหัวเข่า เพื่อยืนยันว่าตนเองถูกทำร้ายก่อนจึงก่อเหตุสลดขึ้น

บทความก่อนหน้านี้ผู้ป่วยหวัดใหญ่พุ่ง 1.7 แสน ตายแล้ว 14 ราย ‘สปสช.’ หนุนฉีดวัคซีนให้ฟรี 100,000 โดส 
บทความถัดไปบาทเปิดแข็งต่อ30.78บาท/ดอลล์ จับตากนง. คงดอกเบี้ย1.75%-ปรับจีดีพีปีนี้ลง