เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พล.ต.อนุสรณ์ บุตสถิตย์ ผอ.สน.ปรมน. ที่ 8 เป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกเข้ายึดถือครองพื้นที่แปลงปลูกไม้สัก ริมถนนธนะรัชต์ ในเขตนิคมสร้างตนเองลำตะคอง กม.12-13 ทางขึ้นเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอปากช่อง หลังลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุก
โดยมี พ.อ.ยุวัต ขันธปรีชา รอง ผอ.รักษาความสงบภายใน จังหวัดนครราชสีมา ,นายอิสระ พรหมเดชบุญ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นครราชสีมา ,นายจันทคราม เทียมทัน อัยการจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) , นายเสมา ยศยิ่งยง ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคอง , นายวรัญญู ปุลาเลิศ ปลัดอำเภอปากช่อง ,นายนภดล ประวัติวิไล สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา) , นายสมชาย อวิคุณประเสริฐ สำนักจัดการทรัพยากรไม่ไม้ที่ 8 (นครราชสีมา ) พ.ต.อ.สุวัฒน์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.หมูสี พร้อมด้วย หัวหน้าพนักงานสอบสวน หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม…สืบเนื่องจาก ตั้งแต่ปี 2560 มีผู้เข้าไปบุกรุกยึดครองพื้นที่แปลงปลูกไม้สัก ริมถนนธนะรัชต์ ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง เนื้อที่ กว่า 191.1.23 ตรว.และมีไม้สักขนาดใหญ่ กว่าหนึ่งหมื่นต้น อายุประมาณ 50 ปี พร้อมทั้ง ปลูกบ้านและเพลิงพักหลายหลัง ในบริเวณพื้นที่ 2.75 ตรว. พร้อมทำคอกสัตว์เลี้ยง (วัว ) เข้าไปเลี้ยง
ต่อมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ให้ นิคมสร้างตนเองฯ ทหาร ตำรวจ ปกครอง ป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบ ร่วมกัน พบนาย พนมกร แลกปั้น อ้างเป็นเจ้าของทั้งหมด อีกทั้งยังทำป้ายมาติดไว้แสดงตัวเป็นเจ้าของทั้งหมด ส่วนป้ายที่แสดงการเป็นเจ้าของ ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ถูกล้มลง เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของ นายพนมกร อ้างว่า กำลังตรวจสอบสิทธิ์การครอบครอง โดยอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าว มารดาตนเองเข้ามาทำกินประมาณ 50 กว่าปีแล้ว แต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ไดๆ นำมาอ้างต่อเจ้าหน้าที่ โดยแต่ละครั้งที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จะมีผู้รับมอบอำนาจ พร้อมทั้งอ้างตัวเป็นทนายความ มาเผชิญกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่เกรงกลัว

ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.หมูสี เอาไว้ในคดี บุกรุก เนื้อที่เพียง 2.75 ตรว. แต่ต่อมา นายพนมกร ทำป้ายไวริ้วไปติดบริเวณรั้ว อ้างว่าที่ดินสวนปลูกป่าสักทั้งหมด ที่ทางนิคมสร้างตนเองนำรั้วคาวบอยไปล้อมไว้เป็นพื้นที่ของแม่ตนเองทั้งหมด ทั้ง ทั้งบริเวณล้อมรั้วคาวบอย เป็นของตนเอง เมื่อสมัย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำรั้วล้อมพื้นที่เอาไว้เนื่องจากมีพื้นที่แห่งเดียวที่มีต้นไม้สักขนาดใหญ่ ที่หน่วยงานได้ร่วมกันอนุรักษ์มายาวยาน และต่อมาเจ้าหน้าที่ยังพบว่า มีทั้งอดีตข้าราชการ นายทุน และผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
เพราะหากพื้นที่ตกไปเป็นของนายทุนหากนำมาซื้อขายกันจะมีราคาสูงถึงไร่ละ 5-8 ล้านบาท มูลค่ากว่าพันล้านบาท ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนส่ง อัยการจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) เพียงพื้นที่ 2.75 ตรว.เนื่องจากพื้นที่กลุ่มนายทุนยึดครองทั้งหมด นิคมสร้างตนเองลำตะยังไม่ได้เข้าแจ้งความการบุกรุก แต่ทางเทศบาลตำบลหมูสี ได้เข้าแจ้งความและนำป้ายสั่งให้รื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตการก่อสร้าง

พล.ต.อนุสรณ์ บุตสถิตย์ ผอ.สน.ปรมน. ที่ 8 เป็นประธานการประชุม ได้ขอให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดคดี โดยให้ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม. 1 (ปากช่อง) เข้าให้ปากคำ พร้อมให้การระบุพื้นที่ในการบุกรุกกับพนักงานสอบสวน สภ.หมูสี ร่วมกับผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้พนักงานสอบสวนรวบรวมเอกสารหลักฐาน และสอบพยานส่งสำนวนต่ออัยการ เพราะการบุกรุกไม่เพียง 184 ไร่ แต่พื้นที่มีทั้งหมด 191.123 ตรว.

นายกฤษติชัย สุขมังษา สารวัตรกำนันตำบลหมูสี นายกสมาคมเครือข่ายรักผืนป่าเขาใหญ่ดงพญาเย็น กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ของตำบลหมูสี รวมทั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ร่วมกันปกป้องและร่วมกันรักษาที่ดินสวนป่าสักแห่งนี้เอาไว้มานานกว่า 50 ปี แต่จู่ ๆ ก็มีผู้มาอ้างสิทธ์ลอยๆ ว่าเป็นของปู่ย่าตายาย เข้าไปยึดครอง แต่หน่วยงานที่เป็นผู้เสียหายอย่าง นิคมลำตะคอง ยังลอยหน้าไม่เข้าดำเนินการใด ๆ ปล่อยเวลาผ่านไปเหมือนมีอะไรปิดหูปิดตา ถ้าผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ไม่มีความสามารถทำอะไรกับผู้เข้าบุกรุก ก็ขอให้ผู้ปกครองนิคมฯ ขอย้ายตัวเองออกไปให้คนที่มีความสามารถเข้ามาดำเนินการ จะไม่ได้เสียเวลา

