วันที่ 26 มิถุนายน นายชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ.) สกลนคร เปิดเผยว่า หลังจากมีปัญหา กรณีการประชุมสภาสมัยวิสามัญ สมัยที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 มีระเบียบวาระ โดยฝ่ายบริหารยื่นญัตติขอความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ 2563 รวมรายจ่าย 927 ล้านบาท แต่สมาชิก อบจ.เข้าประชุมเพียง 11 คน จากสมาชิกที่มีทั้งหมด 25 คน ขาดประชุม 14 คน จึงไม่สามารถเปิดสภาเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายได้ ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น ขอชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของฝายนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับอำนาของฝ่ายบริหาร เนื่องจากกฎหมายแยกการทำหน้าที่อย่างชัดเจน
“เดิมสภา อบจ.มีสมาชิก 36 คน แต่ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียง 25 คน เนื่องจากบางรายมีปัญหาลาออกไปทำงานการเมืองระดับชาติและบางรายถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หลังจากงบประมาณไม่ผ่าน ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติจะดำเนินการแก้ไข ฝ่ายบริหารจะไม่ไปก้าวก่าย เพราะได้ผ่านขั้นตอนการนำเสนอตามระเบียบปฏิบัติแล้ว หากวันที่ 1 ตุลาคม 2562 อบจ.สกลนครไม่สามารถใช้จ่ายงบ 927 ล้านได้การพัฒนาทั้งจังหวัดจะมีปัญหา อบจ.จะมีเพียงงบรายจ่ายประจำเพื่อจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ลูกจ้าง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ตามข้อบัญญัติเดิม” นายชัยมงคล กล่าว
นายชัยมงคล กล่าวว่า หลังจากนี้ประธานจะต้องเชิญสมาชิก อบจ. เข้าประชุมอีกครั้ง หากสมาชิกมาประชุมไม่ครบ 13 คน หรือกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก มาตรา 80 ของ พ.ร.บ.อบจ.กำหนดไว้ว่าสมาชิก อบจ.ต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ถ้าละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ประธานสภาก็สามารถเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ตามความเหมาะสม และส่วนตัวตนไม่คุยนอกรอบ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสมาชิก อบจ.ในฐานะตัวแทนประชาชน ถ้ามีสามัญสำนึกก็ต้องเข้าไปพุดคุยเรื่องงบประมาณ เพราะฝ่ายบริหารมีหน้าที่เสนอ ถ้าไม่เห็นชอบไม่ต้องยกมือผ่านก็ถือว่าจบ แต่ถ้าไม่เข้าประชุมก็ถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองเพื่อชี้ให้เห็นว่าฝ่ายบริหารเสนองบตรงตามตามความต้องการของประชาขนหรือไม่ และเมื่อไม่เข้าประชุมถือว่าละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
“เรื่องนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของการเมืองท้องถิ่นถูกประชาชนมองว่าสกปกรกไม่ต่างจากการเมืองระดับชาติ แล้ววันนี้ประชาชนจะฝากความหวังไว้กับใคร สำหรับการจัดสรรงบขอเรียนว่าบางเขตไม่มี ส.อบจ.ทำหน้าที่ แต่ได้กระจายงบครบทั้ง 36 เขตใน 18 อำเภอ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน จากนั้นจะนำงบจ่ายบางส่วนที่เหลือเรียงลำดับตามความจำเป็นเร่งด่วนตามที่ประชาชนร้องเรียนผ่านหน่วยงานต่างๆ อาจทำให้บางเขตได้รับงบเพิ่ม และ ต้องยอมรับว่าขณะนี้งบประมาณของท้องถิ่นขนาดใหญ่มีไม่เพียงพอกับการบริหาร จากปัญหาการกระจายอำนาจในระบบการรวมศูนย์อำนาจของราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นไม่มีอิสระทางการคลังเท่าที่ควร” นายชัยมงคล กล่าว

