หน้าแรก ภูมิภาค “เวทีปร...

“เวทีประชาพิจารณ์ผังเมืองเดือด” ชาวบ้านจี้กำหนดโซนเขตปลอดเหมืองแร่โลหะหนัก

26.06.19 | 18:28 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 มิถุนายน ที่หอประชุมอำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ชาวอำเภอหนองไผ่และกลุ่มเครือข่ายต่อต้านเหมืองแร่จำนวนหลายร้อยคน ร่วมประชุมในเวทีรับฟังคำชี้แจงกรณีผังเมืองรวมเพชรบูรณ์กำหนดพื้นที่เขตอนุรักษ์ป่าไม้ทับที่ทับที่ดิน ส.ป.ก.ของเกษตรกร และชาวบ้านยังเกิดความหวาดระแวงเกรงจะมีการเอื้อประโยชน์ให้มีการเข้าสำรวจแร่และทำเหมืองแร่ ก่อนหน้านี้จึงมีการแห่แจ้งความบันทึกไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นยังรุดเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เรียกร้องให้กำหนดในผังรวมเพชรบูรณ์เป็นเขตห้ามทำเหมืองแร่โลหะหนัก และให้แยกที่ดิน ส.ป.ก.ออกจากผังเมืองรวม โดยมีตัวแทนสำนักโยธาและผังเมืองจังหวัดฯ, ตัวแทนสำนักงานการปฎิรูปที่ดินจังหวัดฯ, ตัวแทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ และตัวแทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฯ, ป่าไม้จังหวัด ร่วมกันลงพื้นที่ชี้แจงร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่กรมโยธาฯ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดเก็บข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงผังเมืองรวมเพชรบูรณ์ โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล นายอำเภอหนองไผ่ เป็นพิธีกรบนเวที

ทั้งนี้บรรยากาศการชี้แจงเต็มไปด้วยความเข้มข้น เนื่องจากตัวแทนกลุ่มเครือข่ายฯและราษฎร ผลัดเปลี่ยนกันสอบถามถึงข้อปัญหาต่างๆ พร้อมแสดงจุดยืนไม่ต้องการให้มีการสำรวจแร่และผุดเหมืองแร่โลหะหนักในพื้นที่ ซึ่งตัวแทนแต่ละส่วนราชการได้หยิบยกข้อกฎหมายและวิธีการปฏิบัติที่หน่วยตนเองรับผิดชอบขึ้นมาชี้แจง อาทิ สำนักงานปฎิรูปฯยืนยันว่าหากเกษตรกรไม่ซื้อขายเปลี่ยนมือครอบครองที่ดิน ส.ก.ก.ที่ได้รับการจัดสรรก็ไม่ต้องกังวล แต่หากซื้อขายทั้งคนซื้อและคนขายต่างมีความผิด เมื่อตรวจสอบพบก็ต้องถูกยึดคืน เพื่อนำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ที่ขึ้นทะเบียนไว้ ด้านตัวแทนผังเมืองฯชี้แจงว่า การกำหนดเขตอนุรักษ์ป่าไม้ในผังเมือง เป็นการกำหนดลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินเท่านั้น แลุะรับปากจะนำข้อเสนอเรื่องเขตห้ามทำเหมืองแร่โลหะหนักใส่ลงไปในผังเมืองรวมที่จะมีการปรับปรุงใหม่ให้ทางคณะกรรมการฯพิจารณา

ในขณะที่ตัวแทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยืนยันว่า ขณะนี้ทางเอกชนยื่นขออาชญาบัตรสำรสจแร่ราว 50 กว่าแปลง แต่เนื่อบจากพื่นที่มรการทับซ้อนที่ดิน ส.ป.ก.จึงอยู่ระหว่างการแยกออกไป ส่วนการยื่นการขออาชญาบัตรสำรวจทางเอกชนมีสิทธิ แต่การที่มีประชาชนคัดค้านทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยืนยันว่าในการเสนอความเห็นจะยึดเสีนงส่วนใหญ่ทางประชาชนเป็นหลัก เพื่อแนบประกอบคำขอที่จะเสนอไป อย่างไรก็ตามนส.อณัศยา เจนจบธรรม ตัวแทนราษฎรกล่าวสรุปว่า ในการชี้แจงของส่วนราชการวันนี้ยังไม่น่าพอใจเป็นเรื่องเดิมๆที่เคยชี้แจงมาแล้วทั้งสิ้น และอีกคำตอบก็คือขอรับไว้ไปพิจารณา และเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการอ้างข้อกฎหมาย ทำให้ราษฎรไม่ค่อยพอใจเพราะยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน.จนทำให้ทุกคนคลายความวิตกกังวลไปได้

ข่าวแจ้งว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่หอประชุมอำเภอวังโป่ง ทางตัวแทนส่วนราชการชุดเดียวกัน ได้เข้าร่วมชี้แจงราษฎรในเขตอำเภอวังโป่งจำนวนกว่า 300 คนเช่นเดียวกัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความดุเดือดเ มื่อทางตัวแทนราษฎรโต้แย้งและเห็นว่าทางตัวแทนส่วนราชการเหล่านี้ตอบข้อซักถามไม่ตรงข้อกฎหมาย ที่ราษฎรตั้งข้อสงสัยและหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นขึ้นสอบถาม