วันที่ 1 มิถุนายน นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนหลักทั้ง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากในหลายพื้นที่ของจังหวัดเริ่มมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีปริมาณน้ำกักเก็บที่สามารถใช้การได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 18% ของความจุกักเก็บทั้งหมด ซึ่งยังถือได้ว่าเป็นปริมาณน้ำที่น้อยกว่าที่ทางชลประทานได้คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ก็ได้ส่งผลให้ในแต่ละเขื่อนเริ่มมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 หมื่น – 1 แสน 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าเขื่อนนั้นก็มาช่วยทดแทนปริมาณน้ำของแต่ละเขื่อนที่ได้มีการจัดส่งออกไปในการอุปโภคบริโภค
อย่างเช่นที่เขื่อนลำคะตอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำเหลือใช้การอยู่ที่ 46.517 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 14.79% ของความจุกักเก็บทั้งสิ้น 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนประมาณ 1 แสน 5 หมื่นลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำที่จัดส่งออกจากเขื่อนอยู่ที่วันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร
ขณะที่สถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 223.41 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.37% มีปริมาณฝนตกสะสม 156.2 มิลลิเมตร คิดเป็น 14.32% ซึ่งหากเทียบกับวันเดียวกันของปีที่ผ่านมา(1 มิ.ย.58) มีปริมาณน้ำใช้การที่น้อยกว่าถึง 114.79 ล้านลูกบาศก์เมตร จากปริมาณน้ำกักเก็บทั้งสิ้น 1,167.75 ล้านลูกบาศก์เมตร

