หน้าแรก ภูมิภาค พบกับหลวงพ่อป...

พบกับหลวงพ่อปวดหาย อ.กันทรลักษ์ ลือช่วยเด็กใบ้-ขาลีบจนหาย รอด

1.06.16 | 10:40 น.

เมื่อเวลา 08.00น. วันที่ 1 มิถุนายน  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดธรรมสำเริงพุทธศิริ ตั้งอยู่ที่ บ้านโนนสำเริง ต.โนนสำราญ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ  นางกัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายธีรวุฒิ พุทธการี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวัดแห่งนี้ เนื่องจากมีข่าวว่าเป็นสถานที่ประดิษฐานของหลวงพ่อใหญ่ปวดหาย หรือหลวงพ่อพระศรี พระปรางพรหมวิหารเหนือโลก เป็นพระพุทธรูปที่สวยงามและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งพบว่า หลวงพ่อใหญ่ปวดหาย เป็นพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง 15.99 เมตร  สูงองค์พระรวมบัว 26 เมตร  องค์พระเป็นสีขาว บริเวณฐานพระมีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ประดิษฐาน ณ ฐานชุกชีผ้าทิพย์ ของพระปรางพรหมวิหารเหนือโลก หรือหลวงพ่อใหญ่ปวดหาย โดยมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณอย่างสวยงาม และมีบรรดาประชาชนพากันมากราบไหว้เพื่อขอพรที่ตนเองปรารถนากันอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านโนนสำเริงได้พากันมาช่วยกันทำความสะอาดบริเวณวัดให้สวยงาม สะอาดสะอ้านเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนทั่วไป

นางกัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการสอบถามประวัติของการก่อสร้างหลวงพ่อปวดหายนี้ทราบว่า หลวงพ่อวิรัตน์ จันทสโร หรือหลวงพ่อวิรันนะตัง ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเขาพนมสัจจฉัพพรรณรังษี หรือวัดเขาชี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้นำคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศร่วมกับชาวอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ มาร่วมกันก่อสร้างขึ้น เป็นพระพุทธรูปพระปรางพรหมวิหารเหนือโลก ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก โดยบริเวณของที่ตั้งวัดธรรมสำเริงพุทธศิริแห่งนี้ มีพื้นที่อยู่ติดกับแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ซึ่งขณะที่กำลังก่อสร้างเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร แต่ว่ากระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาไม่ได้ถูกยิงมาตกที่บริเวณวัดแห่งนี้แต่อย่างใด โดยใช้เวลาในการก่อสร้างหลวงพ่อปวดหายนาน 6 เดือนจึงแล้วเสร็จอย่างสวยงาม

201606010939374-20080804112417

ดร.กัลยาณี กล่าวต่อไปว่า ต่อมาได้มีหญิงคนหนึ่งอุ้มลูกชายที่พิการเป็นใบ้และขาลีบมาขอพรกับหลวงพ่อปวดหายว่า ขอให้ลูกพูดได้และเดินได้  หลังจากนั้น 3 เดือน ปรากฏว่า หญิงคนเดิมได้เดินจูงลูกชายมาแก้บนกับหลวงพ่อปวดหาย โดยแจ้งกับกรรมการวัดที่ดูแลวัดอยู่ว่า ลูกชายสามารถพูดได้และเดินได้แล้ว ทำให้ข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อปวดหายแพร่กระจายไปอย่างแพร่หลายและทำให้ประชาชนพากันแห่มากราบไหว้เพื่อขอพรอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า หลวงพ่อปวดหายศักดิ์สิทธิ์มาก โดยหลังจากที่ประชาชนได้รับพรตามที่ขอไว้แล้ว ได้นำเอาผลไม้ 9 ชนิดมาแก้บน ซึ่งหลวงพ่อปวดหายนี้เป็นศูนย์ร่วมจิตใจและเป็นที่กราบไหว้สักการะของประชาชนทั้ง 2 ชาติที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านใกล้กับผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ