ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี เร่งปูพรมเข้มพื้นที่หน้าโรงพยาบาลถึงวงเวียนหอนาฬิกา หลังมีคลื่นรบกวนสัญญาณรีโมตรถยนต์ จนไม่สามารถล็อกรถได้ หวั่นคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ วนรถกระจายเสียงประชาสัมพันธ์ช่วย
วันที่ 28 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี เร่งดำเนินการออกแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานี้ ที่บริเวณถนนสายหน้าโรงพยาบาลอุทัยธานี ถึงวงเวียนหอนาฬิกา (รัศมี 240 เมตร) ได้เกิดมีคลื่นรบกวนสัญญาณรีโมตรถยนต์ โดยเฉพาะรถโตโยต้า ที่รีโมตนั้นไม่สามารถล็อกประตูรถได้ ซึ่งเกรงว่าสัญญาณดังกล่าวนั้นจะเป็นของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่อาจจะเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์สินในรถของประชาชนโดยการใช้วิธีดังกล่าว
โดยทาง พันตำรวจเอก สาโรจน์ พิมพ์คุณากร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมมอบหมายให้ พันตำรวจตรี สามารถ สุคง สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี เร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดดังกล่าว พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่ลงเฝ้าระวังโดยรอบพื้นที่ ตลอดจนนำรถประชาสัมพันธ์เสียงให้ประชาชนที่จอดรถบริเวณดังกล่าวได้ทราบเป็นระยะ เพื่อช่วยในการป้องกันการศูนย์เสียทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นได้ในตอนนี้
ด้าน พันตำรวจตรี สามารถกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยได้รับแจ้งจากประชาชน จึงได้ทำการลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทำการแจกใบปลิวเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่เข้ามาจอดรถตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลเมืองอุทัยธานี จนถึงวงเวียนหอนาฬิกา ซึ่งจุดเกิดเหตุนี้เป็นจุดที่มีประชาชนพลุกพล่านและเวียนจอดรถกันมากที่สุด เพื่อเป็นการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้มีการป้องกันและเฝ้าระวังภัย และได้ทำหนังสือถึงเจ้าหน้าที่โทรคมนาคม ในการขอให้เข้ามาช่วยตรวจสอบ
พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบลงพื้นที่คอยเฝ้าระวังเหตุ และนำรถประชาสัมพันธ์เสียงแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ทราบเป็นระยะ เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวถือเป็นย่านที่มีรถสัญจรไปมาและจอดจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งประชาชนทั้งในและต่างจังหวัด เพื่อให้สามารถช่วยกันป้องกันไม่ให้มีการก่อเหตุขึ้นได้ แม้ในตอนนี้จะยังไม่มีลักทรัพย์สินในรถ หรือลักขโมยรถ แต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากที่จะต้องให้ความสำคัญทั้งในตัวของเจ้าหน้าที่เอง และประชาชนเองที่ต้องร่วมมือกันในการป้องกัน โดยไม่ควรนำทรัพย์สินมีค่าทิ้งไว้ในรถอย่างเด็ดขาด พร้อมทำการตรวจสอบรถให้แน่ชัดอีกครั้งว่าล็อกจริงแล้วหรือไม่


