หน้าแรก ภูมิภาค ทหารลงช่วยดูแ...

ทหารลงช่วยดูแลรับซื้อยาง 41 จุดทั่วเมืองคอน แต่ชาวสวนมาน้อยจนถึงไม่มี!

27.01.16 | 16:40 น.

(27 ม.ค.59) กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และ มทบ.43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร ต.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 200 นาย ได้ลงพื้นที่จุดรับซื้อยางแผ่นดิบ กก.ละ 45 บาท ตามโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 41 จุด เพื่อดูแลการรับซื้อยางให้เป็นไปอย่างโปร่งใส

พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 กล่าวว่า กำลังทหารได้ลงไปในพื้นที่รับซื้อยางตามจุดต่างๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าไปเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย ให้การรับซื้อยางเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และโปร่งใส ไม่ได้ไปจับผิดใครโกงใคร แต่จะช่วยตรวจสอบว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่ เราทำงานแบบช่วยๆ กัน ทั้งนี้ ทางโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อรับซื้อยางจากเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรได้ขายยางและมีรายได้บรรเทาความเดือดร้อน รบ.พยายามแก้ปัญหาเพื่อให้ทุกภาคส่วนอยู่กันได้ โดยเฉพาะเกษตรกร ทหารไม่ได้ใหญ่อะไร งานอะไรที่ไม่ใช่เป็นของทหารก็ไม่ได้รู้ แต่หากที่ใดไม่สงบมีปัญหา ทหารช่วยได้ ที่ใดมีผู้มีอิทธิพล มียาเสพติด หรือประสบภัยพิบัติ ทหารช่วยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากการตรวจสอบพบว่า แต่ละจุดยังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควร โดยพบว่ามีเกษตรกรมาขายยางแผ่นดิบน้อยมาก บางจุดแทบจะไม่มีด้วยซ้ำไป และในบางรายยังไม่สามารถขายยางได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง

นายศุภชัย สงประสพ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว กว่า 158,000 ราย จากเป้าหมายประมาณ 190,000 ราย ได้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว 110,000 ราย ส่วนที่เหลือได้มีการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) วิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช สำนักงานสถิติจังหวัด สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 8 เป็นต้น ในการระดมบุคลากร และนักศึกษา เพื่อบันทึกข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยางผ่านโปรแกรมที่กำหนดให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากมีผลต่อการจ่ายเงินให้ชาวสวนยาง และผู้กรีดยาง ตามโครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ในอัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ โดยเจ้าของสวนยางได้ 900 บาท และคนกรีดยางได้ 600 บาทต่อไร่ ซึ่งกำหนดการจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมกราคม 2559 รวมทั้งโครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ ที่รัฐบาลมีนโยบายให้ชาวสวนยางขายยางแผ่นดิบได้ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ ไร่ละ 10 กิโลกรัม และน้ำยางสด โดยโครงการเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม-30 มิถุนายน 2559

201601271531243-20041020143405

Advertisement

นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย เปิดเผยก่อนเดินทางไป กทม. ว่าสิ่งที่น่าห่วงในเวลานี้ คือเรื่องราคายาง แนวโน้มจะมีราคาต่ำลงมา มีสัญญาณบ่งบอกมา รู้สึกเหนื่อย และล้าเต็มทนแต่ก็ต้องสู้ต่อไปครับกับวิธีซื้อยางโครงการแสนตันของรัฐ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทำไม่ได้กับค่าราคายาง 4,500 ล้าน จ้างแปรรูป 739 ล้าน จัดเก็บ 150 ล้าน จัดการอีก (2%) 90 ล้าน เบ็ดเสร็จรวม 5,479 ล้านบาท แต่พอถึงค่าใช้จ่ายต้นน้ำเพื่ออำนวยให้พี่น้องเข้าถึงโครงการที่จะได้ส่วนต่างรายละห้าหกร้อยมีเพียง 65 ล้าน โดยคิดง่ายๆ จากน้ำยางสดแท้งก์รถกระบะที่บรรจุน้ำหนัก 2,000 กิโลกรัม ระยะทางขนส่ง 50 กม. ค่าคนรวบรวม กก.ละ 42 ส.ต. เท่ากับ 279 บาท ค่าขนส่ง กก.ละ 15 ส.ต. เท่ากับ 99 บาท รวมใช้จ่ายหนึ่งแสนตัน เท่ากับ 65 ล้านบาท จะมีใครอาสารับทำแม้แต่กลุ่มสหกรณ์ ก็ยังลุกหนี ทีนี้พี่น้องรายย่อยก็หมดสิทธิขาย ในเมื่อต้นน้ำเกิดไม่ได้แล้วปลายน้ำที่ตั้งงบประมาณไว้สูงลิบทั้งแปรรูปจัดเก็บจัดการจะตั้งไว้ทำไม สิ่งที่ผมเป็นห่วงหนักหนาคือ เมื่อพี่น้องรายย่อยเข้าไม่ถึงโครงการ ก็เป็นวิบากกรรมที่ต้องถูกพวกพ่อค้าผู้ประกอบการโขกสับ กดกิน แล้วราคาก็ตกลง

ทั้งนี้ นายมนัสกล่าวว่า ตนกำลังเดินทางเข้าไปยื่นหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา เพื่อให้พิจารณาทบทวนระเบียบเงื่อนไขการจัดการซื้อยางพาราในโครงการหนึ่งแสนตันใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อเอื้อเฟื้อให้เกษตรกรรายย่อยจะได้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อไป