เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ มรภ.กว่า 10 แห่ง จากทั้งหมด 38 แห่ง กลับมาเปิดภาคเรียนในช่วงเดือนมิถุนายนตามเดิม จากที่ปรับไปเปิดภาคเรียนตามกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่มหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งยังเปิดภาคเรียนตามอาเซียน เพราะต้องรอระบบการรับสมัครคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ซึ่งรอบ 5 จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุยายน ดังนั้น ทาง มรภ.จึงอยากเสนอให้ขยับช่วงเวลาการสมัครทีแคสให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อให้มหาวิทยาลัยเปิดภาคเรียนได้ในเดือนมิถุนายน
“ในส่วนของ มรภ.อุตรดิตถ์ พยายามเปิดเทอมให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอให้ทีแคสเสร็จสิ้น โดยกำหนดจะเปิดเทอมกลางเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ มรภ.อยากให้ปรับการสอบทีแคสให้กระชับขึ้น เพื่อให้เปิดเทอมได้เร็ว นักศึกษาเรียนจบได้เร็ว ขณะที่ช่วงหน้าร้อนในเดือนเมษายน น่าจะเป็นช่วงปิดเทอม เพราะเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทยมากกว่า” นายเรืองเดช กล่าว
นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ปีการศึกษา 2562 มก.ขยับมาเปิดภาคเรียนกลางเดือนกรกฎาคม และในปีการศึกษา 2563 มก.จะกลับมาเปิดภาคเรียนกลางเดือนมิถุนายน ไม่เปิดภาคเรียนตามอาเซียนแล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับเวลากลับมาเปิดภาคเรียนตามเดิม กระทบกับการรับนิสิตด้วยระบบทีแคสในรอบ 5 รับตรงอิสระ แต่ มก.ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการรับรอบ 5 มากนัก เพราะรับได้เกือบเต็มจำนวนแล้วในรอบ 1-4 คือ รอบแฟ้มสะสมงาน โควต้า รับตรงร่วมกัน และรอบแอดมิสชั่นส์
“ภาพรวมปีนี้ มก.รับนิสิตได้เกินเป้าถึง 102% แต่ยังมีบางคณะที่รับนิสิตไม่ได้ตามเป้า โดยเฉพาะหลักสูตรภาคพิเศษ เช่น ที่วิทยาเขตสกลนคร ที่รับได้เพียง 80% ดังนั้น ในอนาคตหลักสูตรภาคพิเศษใดที่ไม่จำเป็น ก็อาจต้องลดบทบาท กลับมายุบรวมกับหลักสูตรในสถานที่ตั้ง ส่วนจะมีกี่หลักสูตรที่จะพิจารณายุบรวมนั้น ต้องวิเคราะห์ และเสนอให้สภา มก.พิจารณาต่อไป” นายจงรัก กล่าว
นายจงรักกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญประการหนึ่ง นอกจากสภาพอากาศที่สอดคล้องกับการเรียนการสอนแล้ว การกลับไปเปิดภาคเรียนตามเดิมในเดือนมิถุยายน จะทำให้นิสิตจบเร็วขึ้น 3 เดือน และมีโอกาสได้งานทำเร็วขึ้น หากจบช้าจะเสียโอกาสการมีงานทำ

