ตามที่พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจพบโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เข้าข่ายทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ไม่มีละเว้น พร้อมทั้งกำชับให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลและตรวจสอบทุกโรงเรียนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด
นั้นความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้ทำหนังสือให้สำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) ทั่วประเทศ ตรวจสอบการจัดอาหารกลางวันของโรงเรียนต่าง ๆ หากพบว่า มีโรงเรียนใดจัดอาหารกลางวันไม่ได้มาตรฐานตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนด ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที ทั้งนี้ยืนยันว่า สพฐ. ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการจัดอาหารกลางวันให้กับนักเรียน รวมถึงการบริหารจัดการจะต้องมีความโปร่งใส หากเป็นระบบจ้างเหมาก็จะต้องตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ตนยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันที่จ.ขอนแก่น ซึ่งพบว่า มีประมาณ 20 กล่าโรงเรียนยังไม่ได้รับงบฯ จึงขอให้ทางสพท. ประสานไปยังอปท. เพื่อแก้ปัญหาต่อไป
“ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจพบโรงเรียนใน จ.นครราชสีมา เข้าข่ายทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนนั้น เท่าที่ทราบเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งตนได้ขอให้สพท. ตรวจสอบแล้ว โดยประสานไปที่ป.ป.ช. เพื่อขอข้อมูลชื่อโรงเรียนที่มีการทุจริต แต่ระหว่างที่ยังไม่ทราบรายละเอียด จึงให้มีการตรวจสอบแบบปูพรมทั้งจังหวด เพื่อดูว่าจะสามารถดำเนินการแก้ปัญหาในส่วนใดบ้าง เนื่องจากงบฯ อาหารกลางวันจะมาจากอปท. ส่งให้โรงเรียน ไม่ได้มาจากสพฐ.”นายสุเทพกล่าว

