หน้าแรก ภูมิภาค ชาวหัวสะพานเด...

ชาวหัวสะพานเดือดถูกประธาน อสม.โกง “เงินออม” กว่า 2.5 ล.

8.07.19 | 09:51 น.

วันที่ 8 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านหัวสะพาน หมู่ 5 ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา จำนวนมาก ได้รับความเดือดร้อนกรณีถูกกรรมการของกลุ่มสัจจะเงินฝากแม่บ้านบ้านหัวสะพานโกงเงินฝากออมทรัพย์ของชาวบ้านเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดชาวบ้านกว่า 80 คน ไปรวมตัวกันหน้าที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหัวสะพานหมู่ 5 เพื่อทวงถามความคืบหน้าหลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องยังเงียบ

นายนิพนธ์ ปะโมนะตา อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 80 หมู่ 5 บ้านหัวสะพาน ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ในหมู่บ้านหัวสะพานได้มีการจัดตั้งกลุ่มสัจจะเงินฝากแม่บ้านบ้านหัวสะพานขึ้นตั้งแต่ปี 2532 เดิมกลุ่มออมทรัพย์อยู่ในความรับผิดชอบของพัฒนาชุมชน อ.ห้วยแถลง ต่อมาประมาณปี 2549 ได้มีการถ่ายโอนมาให้กับชาวบ้านได้ดำเนินการกันเอง โดยมีนางหนูจันทร์ มะรังสี อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 40 หมู่ 5 ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นประธาน อสม. และทำหน้าที่เกี่ยวกับเงินกองทุนต่างๆ ของหมู่บ้าน เป็นผู้ดูแลรับช่วงต่อ และมีคณะกรรมการ 9 คน

“กลุ่มออมทรัพย์สัจจะเงินฝากแม่บ้านบ้านหัวสะพานนี้ จะให้ชาวบ้านที่สนใจฝากเงินเพื่อเป็นการออมทรัพย์มาเปิดบัญชีกับทางคณะกรรมการกลุ่ม ซึ่งสิ้นปีจะได้รับเงินปันผลเฉลี่ยคืนเป็นเงินร้อยละ 9-10 บาท แต่ 1 คน จะสามารถฝากได้ไม่เกิน 30,000 บาท นอกจากนี้ สมาชิกที่เปิดบัญชีทุกคนสามารถกู้เงินของกลุ่มฯ ได้โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน ซึ่งสมาชิกที่จะฝากเงิน จะยื่นกู้ หรือจะชำระหนี้จะมีกำหนดทุกวันที่ 25 ของเดือน ซึ่งเป็นข้อตกลงกันในหมู่บ้านซึ่งกลุ่มออมทรัพย์สัจจะเงินฝากแม่บ้านนี้ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี เพราะหมู่บ้านหัวสะพานก็อยู่ห่างจากตัวอำเภอกว่า 10 กิโลเมตร (กม.) การเดินทางค่อนข้างลำบาก

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีสมาชิกในกลุ่มทั้งหมด 376 ราย มีจำนวนเงินฝากของสมาชิก จำนวน 4,255,371 บาท ปล่อยให้สมาชิกกู้ประมาณ 1,470,000 บาท ทุกปีได้มีการปันผลเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกทุกวันที่ 25 มกราคม แต่เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 นางหนูจันทร์ไม่สามารถนำเงินปันผลมาให้แก่สมาชิกได้เหมือนทุกๆ ปี เพราะป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ต่อมาประมาณเดือนกุมภาพันธ์สมาชิกจึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเงินฝากของสมาชิกที่เหลืออยู่กับนางหนูจันทร์ เพื่อส่งคืนให้กับสมาชิกอีกประมาณ 2,500,000 บาท ว่ายังอยู่ครบหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีเงินเหลืออยู่เลย

“สอบถามนางหนูจันทร์ได้ความว่า ได้นำเงินของสมาชิกไปใช้ส่วนตัวจริง แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ทางสมาชิกจึงไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ห้วยแถลง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ได้ยื่นหนังสือไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.นครราชสีมา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเงินกองทุนออมทรัพย์นี้ เพราะสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พอทราบข่าวว่าเงินออมทรัพย์ของตนที่ฝากมากว่า 10 ปี หายไปก็คิดมากกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางคนมีฝากเงินไว้ให้ลูกให้หลานรวมเป็นเงินกว่า 2 แสนบาท” นายนิพนธ์ กล่าวและว่า สมาชิกได้เข้าไปคุยกับนางหนูจันทร์ ได้รับการยืนยันจากนางหนูจันทร์ว่าจะหาเงินมาใช้คืนโดยแบ่งจ่ายเป็นปี ปีละ 500,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านต้องการให้อำเภอหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำหนังสือให้นางหนูจันทร์ และทายาท เซ็นต์เพื่อรับสภาพการเป็นหนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

Advertisement

ด้านนางหนูจันทร์ กล่าวาว่า ยอมรับผิดทุกอย่าง แต่ยังไม่มีเงินมาคืนสมาชิก ขณะนี้ให้ลูกชายและลูกเขยไปทำงานต่างประเทศเพื่อหาเงินมาคืนให้กับสมาชิก