กระแส ‘มาเรียม-ยามีล’ เร่งหอการค้าฯ จัดโครงการ ‘อันดามัน โก กรีน’

8.07.19 | 11:37 น.

วันที่ 8 กรกฎาคม นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าฝั่งอันดามัน เปิดเผยว่า หลังจากมีการนำพะยูนน้อยมาเรียมมาเลี้ยงโดยทีมสัตวแพทย์ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และทีมเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เกิดกระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีแหล่งทรัพยากรที่สมบูรณ์ก็คือหญ้าทะเล ทั้งนี้ ล่าสุด หอการค้าฝั่งอันดามันจึงได้จัดโครงการ “อันดามัน โก กรีน” ผลักดันเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎบัตรของสหประชาชาติในอนาคต หากมีการผลักดันพะยูนใน จ.ตรัง จะได้รับอาหารที่เพียงพอและปลอดภัย ในส่วนของการสนับสนุนนั้น ยังอยู่ในการหารือของกลุ่มหอการค้าฝั่งอันดามัน เนื่องจากพะยูนเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ

“สำหรับกระแสของพะยูนน้อยมาเรียมในขณะนี้ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศได้รู้จักพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่ที่ จ.ตรัง ประมาณ 175 ตัว นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันดีว่าพะยูนจะอยู่ได้ก็ต้องมีหญ้าทะเล การปลูกและอนุรักษ์หญ้าทะเลจึงมีความสำคัญ นอกจากจะเป็นอาหารของพะยูนแล้ว หญ้าทะเลยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ชนิดต่างๆ ให้เจริญเติบโตขึ้นมา และยังสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านให้มีรายได้เลี้ยงชีพโดยการจับสัตว์น้ำมาจำหน่ายให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงผลัดเปลี่ยนกันดูแลพะยูนน้อยมาเรียมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาอยู่ในน้ำทะเลวันละ 6-7 ชั่วโมง ในการป้อนนม การว่ายน้ำกับแม่ส้ม การพาไปกินหญ้าทะเล หลังจากนั้นในช่วงเวลากลางคืนก็ยังคงดูถึงแม้ว่าจะมีกล้องวงจรปิด แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องออกไปดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่ดี” นายสลิลกล่าว