หน้าแรก ภูมิภาค ฟังความอีกด้า...

ฟังความอีกด้าน! กำนันตำบลนาแส่งแจงยิบ หลังโซเชียลจวกยับ พาลูกน้องถือปืนขู่คนยิงปลาในแม่น้ำวัง

9.07.19 | 13:44 น.

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า กฎหมู่ เหนือกฎหมาย ที่ท่าแส่ง หาดปู่ด้าย จังหวัดลำปาง เหตุผลเราลงยิงปลาในแม่น้ำวังโดยไม่รู้ แต่ผู้ช่วยกำนันและกำนันเอาเรื่องทั้งที่ไม่ได้ติดป้ายห้ามอย่างชัดเจน เอาตำรวจมา จะเอาประมงมา ประมงกับตำรวจไม่เอาเรื่องเพราะเห็นว่าไม่ผิด แต่กำนันและลูกทีมยกทีมมาปืนลูกซองมาล้อมผม สุดท้ายจะปรับเอาเงินเราคนละ 5,000 ผมมากัน 5 คน สุดท้ายเอาเงินเราเข้าหมู่บ้าน 2,000 บาท เหตุเพราะไม่มีป้ายบอก ลงดำน้ำได้แค่ 1 นาที เอง พี่ๆ น้องชาวยิงปลาอย่ามาแถวนี้นะครับ ฝากเตือนด้วย #พี่ๆท่านใดเป็นนักกฎหมาย และนักข่าวสื่อขอคำแนะนำหน่อยครับควรทำอย่างไร

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ร่วมแสดงความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิและไม่เห็นด้วยกับการนำอาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม นายสถาพร สุขโข นายอำเภอเกาะคา จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ตนได้ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเดินทางลงพื้นที่บ้านหาดปู่ด้าย หมู่ 1 ต.นาแส่ง อ.เกาะคา จ.ลำปาง เพื่อสอบถาม และตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางผู้นำชุมชน รวมถึงเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำวัง เขตบ้านหาดปู่ด้าย โดยมี นายสวง อินทิ กำนันตำบลนาแส่ง อ.เกาะคา พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง รอพบ และให้รายละเอียดว่า จุดเกิดเหตุเป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาของหมู่บ้านตามธรรมชาติ มีปลาขนาดใหญ่ชุกชุมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคนในหมู่บ้านจะช่วยกันดูแล

นายสวงเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีชาวบ้านไปพบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 5 คน นำรถกระบะ สีดำ ทะเบียนจังหวัดลพบุรีมาจอดที่บริเวณสะพานดังกล่าว จากนั้นมีคนลงไปในน้ำ และใช้ฉมวก เพื่อจะยิงปลาในเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านอนุรักษ์ไว้มานานหลายปี ชาวบ้านจึงได้แจ้งให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้หญิงมาบอกให้กลุ่มชายฉกรรจ์หยุดยิงปลา แต่กลับกลายเป็นว่าถูกชายคนหนึ่งที่ดำน้ำอยู่เกิดโมโห และถูกต่อว่า ทางผู้ช่วยฯจึงโทรศัพท์แจ้งให้กำนันทราบ

Advertisement

“จากนั้นจึงให้ชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเข้าไปสมทบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ประกอบกับช่วงนั้นใกล้จะค่ำแล้ว โดยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านก็อยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้าไปใกล้จุดที่มีการพูดคุยกัน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด พร้อมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา มาร่วมเป็นพยานด้วย ซึ่งเมื่อตนเองมาถึงก็ได้ชี้แจงไปว่า จุดดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาของชาวบ้าน หากจะจับปลาก็ต้องไปจับที่ตรงจุดอื่น แต่ชายคนดังกล่าวได้โวยวาย อ้างทั้งทหาร อ้างทั้งว่าได้รับอนุญาตจากประมง ตนจึงโทรสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประมงลำปางว่ามีการอนุญาตตามอ้างหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีใครรู้เรื่องดังกล่าว

“สุดท้ายก็ได้มีการตกลงให้ชำระค่าปรับตามกฎระเบียบของหมู่บ้าน ซึ่งให้ปรับรายละ 5,000 บาท แต่ตนเองเห็นว่าแพงเกินไป จึงถามความสมัครใจของผู้ที่มายิงปลาว่าสามารถชำระค่าปรับได้เท่าไหร่ สุดท้ายจึงปรับเข้าหมู่บ้านไปเพียง 2,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้ปรับเป็นรายหัวตามกฎ ส่วนป้ายที่เขียนเตือนไว้นั้น เกิดเลือนรางไป จนมองไม่เห็น ทำให้คนต่างถิ่นไม่รู้กฎที่มีการประกาศไว้ ทั้งนี้ หากชายคนดังกล่าวไม่โวยวาย ไม่อ้างทหาร ไม่อ้างเจ้าหน้าที่ประมง และเชื่อคำเตือนของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็สามารถจบปัญหาดังกล่าวไป โดยไม่เกิดเรื่องราว แต่ชายคนดังกล่าวกับอ้างข้างต้น”

นายสวงกล่าวอีกว่า ไม่คิดว่าจะมีการโพสต์ลงโซเชียลในลักษณะนี้ จนเกิดเป็นกระแสดังออกไป และให้คนอื่นที่ไม่รู้เหตุการณ์จริง เกิดความเข้าใจผิด และมีการตำหนิทั้งตนเองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอย่างหนัก จนทำให้ภาพลักษณ์ จ.ลำปาง ตำบล และหมู่บ้านได้รับความเสียหาย ทั้งที่ชาวบ้านในหมู่บ้านทำความดี ช่วยเหลืองานราชการมาโดยตลอด จนเป็นหมู่บ้าน อ.ป.พ.ที่เข้มแข็ง และตลอดการทำงานของตนเองในฐานะกำนัน ไม่เคยไปข่มขู่หรือกลั่นแกล้งใคร จึงอยากขอความเป็นธรรมด้วย