ทวงคืนพระทองคำโบราณสำเร็จ หลังอยู่ตู้เซฟโรงพักนานนับ 10 ปี จ่อเดินหน้าทวงคืนอีก 1องค์

นครพนม- อำเภอยอมคืนวัดแล้ว แค่องค์เดียวพระทองคำ โบราณ  หลังสั่งเก็บในตู้เซฟโรงพักนานกว่า 10 ปี ชาวบ้านไม่หยุดเดินหน้าทวงต่อ

กรณีมีชาวบ้านศรีเวินชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ออกมาเรียกร้อง หน่วยงานทหาร มทบ.210 นครพนม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการติดตามขอคืนพระพุทธรูปทองคำโบราณ อายุเก่าแก่ 500 ปี ซึ่งชาวบ้านขุดค้นพบ เมื่อราวปี 2464 รวม 3 องค์ มีองค์ใหญ่ ขนาดหน้าตัก กว้าง 4.5 นิ้ว สูง 7.5 นิ้ว องค์ที่ 2 หน้าตักกว้าง 3 นิ้ว สูง 6 นิ้ว และ องค์ที่ 3 หน้าตักกว้าง 2 นิ้ว สูง 4 นิ้ว ซึ่งกรมศิลปากรยืนยันว่า เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย บุทองคำ เนื้อในเป็นดินหว้าน สร้างในสมัยล้านช้าง โดยที่ก่อนนี้ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด กรมศิลปากร หน่วยงานดูแลรับผิดชอบ ได้จัดทำบัญชี ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่2 พ.ศ.2535 เป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ยังไม่มีการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ภายหลังการขุดค้นพบเมื่อปี 2491 มีปัญหาเรื่องการดูแลรักษา จึงได้หารือกัน และมีการนำไปฝากเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม ทั้ง 3 องค์ เนื่องจากยังไม่มีสถานที่เก็บรักษาประดิษฐานที่เหมาะสม จนกระทั่งเมื่อปี 2557 ทางชาวบ้านได้หารือเพื่อขออัญเชิญพระพุทธรูปทองคำ องค์ที่ 2 มาประดิษฐาน ไว้ภายในเจดีย์ศรีบูรพาจารย์ ของวัดศรีวิชัย ซึ่งทางท่านเจ้าคุณ จันโทปมาจารย์ หรือ หลวงปู่ คำพันธ์ จันทูปโม อายุ 83 ปี อดีตเจ้าคณะอำเภอ ได้ร่วมกับชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาจัดสร้างขึ้น และได้มรณภาพ เมื่อปี 2555 โดยได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูป ทองคำองค์ที่ 2 กลับมาจาก สภ.ศรีสงคราม เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้สักการะขอพร เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นสิริมงคล และภายหลังยังได้มีการหารือเพื่ออัญเชิญพระพุทธรูปที่เหลืออีก 2 องค์มาประดิษฐานไว้รวมกันด้วย แต่ก็เกิดปัญหาความขัดแย้ง เนื่องจากทางอำเภอศรีสงคราม รวมถึง สภ.ศรีสงคราม ไม่อนุญาต โดยอ้างว่า เป็นสมบัติของกส่วนรวม และจะขอเก็บรักษาไว้ใน สภ.ศรีสงคราม จนเกิดปัญหาข้อเรียกร้อง มานานนับ 10 ปี ถึงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ทางอำเภอศรีสงคราม ร่วมกับ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท จากหลายหน่วยงานได้มีมติยินยอมคืนพระทองคำโบราณอีกองค์ คือองค์เล็กสุด หน้าตักกว้าง 2 นิ้ว สูง 4 นิ้ว ที่เก็บรักษาไว้ที่ตู้เซฟภายในโรงพัก สภ.ศรีสงคราม มานานกว่า 70 ปี ส่วนอีกองค์ที่เหลือ คือองค์ใหญ่สุด ทางอำเภอศรีสงคราม ได้มีมติยืนยันที่จะนำเก็บรักษาไว้ รอการสร้างที่ประดิษฐาน เพื่อเป็นสิริมงคล ให้ประชาชน ได้สักการบูชา โดยทางวัดและชาวบ้าน ยังยืนยันที่จะเรียกร้องทวงคืนทั้งหมดต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังทางอำเภอศรีสงคราม พร้อมด้วย คระกรรมการพิจารณายุติข้อพิพาท ได้มีมติคืนพระพุทธรูป  พระมหาปฏิพล สกกปุญโญ อายุ 36 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีเวินชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ติยะบุตร อายุ 70 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสามผง นายประวิทย์ โมทำ อายุ 55 ปี กำนันตำบลสามผง นายณตฤณ จันทะเสน อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสามผง พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้าน ได้ร่วมกันประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำ ดังกล่าว จาก สภ.ศรีสงคราม เพื่อไป ประดิษฐาน ไว้ที่ เจดีย์ศรีบูรพาจารย์ ของวัดศรีวิชัย บ้านศรีเวินชัย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ร่วมกับพระองค์กลาง ที่ได้นำมาประดิษฐานไว้ก่อนดี ท่ามกลางความปิติยินดีของชาวบ้าน ที่ได้พระทองคำคืน ถึงแม้จะไม่ได้คืนทั้งหมด หลังทวงมาเกือบ 100 ปี

ด้าน นายณตฤณ จันทะเสน อายุ 46 ปี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสามผง ในฐานะแกนนำติดตามทวงพระพุทธรูป เปิดเผยว่า ก่อนนี้ตนและตัวแทนชาวบ้านมาเรียกร้อง หน่วยงานทหาร มทบ.210 เป็นตัวกลางในการเร่งแก้ไขปัญหาการติดตามทวงถามพระพุทธรูปทองคำอีก 2 องค์ คืนวัด เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม มาตั้งแต่ปี 2491 หลังจากมีการขุดค้นพบรวม 3 องค์ และเมื่อปี 2554 มีการอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในวัด 1 องค์ จนกระทั่งมีการสร้าง เจดีย์บูรพาจารย์ เสร็จสมบูรณ์ จึงต้องการจะนำพระทองคำทั้งหมดไปประดิษฐาน ไว้เพื่อความเหมาะสม แต่ถูกปฏิเสธ จากทางอำเภอศรีสงคราม รวมถึง ตำรวจ อ้างว่า เป็นของส่วนรวม ต้องเก็บรักษาไว้ที่เดิม ทั้งที่สถานที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม เก็บในกำปั่นโบราน ในห้องผู้ต้องขัง ทั้งที่เป็นพระโบราณที่มีคุณค่าเกินที่จะประเมิน รวมถึงเป็นคุณค่าทางจิตใจของชาวบ้าน กลายเป็นปัญหาความขัดแยงของคน 2 กลุ่ม

“จึงต้องการให้ทางทหาร เข้ามาดูแลแก้ไข หาข้อยุติ และชาวบ้านยืนยันที่จะนำกลับไปดูแลรักษา ประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้สักการบูชา มาถึงวันนี้ได้คืนอีกองค์ เหลือองค์ใหญ่ ถึงแม้ทางอำเภอจะขอไว้ดูแลรักษา แต่ทางชาวบ้านยังยืนยัน ที่จะเดินหน้าเรียกร้องขอคืนทั้ง 3 องค์ รอขั้นตอนการดำเนินการต่อไป เพราะถือเป็นเกียรติประวัติของชาวบ้าน และเป็นสิริมงคล ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ไปกราบไหว้บูชา ในที่เดียวกัน”  นายณตฤณ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon