เมื่อเวลา 10. 00 น วันที่ 15 ก.ค. นางสาวปุณา พลดอน พี่สาว และนางสาวขนิษฐา สีกู่กา เดินทางเข้าพบ เจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อขอติดตามผล และ นําเอกสารขอยื่นประกันตัว พร้อมเช็คเงินสด 1 ล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติ จากสำนักงานยุติธรรมกลาง เดินทางไปที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อยื่นเรื่อง ขอประกันตัว น้องปลา น.ส.สุปราณี พลดอน ที่กลายเป็นผู้ต้องหา กรณี รับพัสดุทางไปรษณีย์ เป็นยาไอซ์ กว่า 10 กรัม และถูกเจ้าหน้าที่ปกครอง ควบคุมตัวส่งตำรวจ ดำเนินคดี และส่งตัว เข้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 19 มิถุนายน 2562 เพื่อทำการยื่น หนังสือ พร้อมเงิน 1 ล้านบาท เพื่อการประกันตัว
ในวันนี้ซึ่งมีนางบุญถิน เกียรติ์ภูงา (แม่) นางสาวปุณา พลดอน พี่สาว และนางสาวขนิษฐา สีกู่กา เพื่อนสนิท และญาติๆ มารอรับฟังผลการยื่นประกันตัวชั่วคราวที่หน้าศาลจังหวัดร้อยเอ็ดด้วย และหลังจาก การยื่นเรื่องรองขอประกันตัวเพื่อขอให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง นายปวริศน์ คำชัยภูมิ ทนายความที่ทำคดี ได้ลงมาชี้แจงกับญาติว่า การขอยื่นประกันตัวเพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ไม่เป็นผลสำเร็จ
โดยทนายความ กล่าวว่า แม้ศาลชั้นต้นยังคงมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ในการประกันตัวตามเดิม โดยศาลสั่งว่า เหตุที่ไม่ให้ประกันตัว เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่ง ไม่ให้ประกันตัว ตามคำสั่งเดิมที่ไม่ อนุญาต เรื่องอนุมัติให้มีการประกันตัว เนื่องจาก ในคดีนี้ มี ของกลาง เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายจะทำเรื่องขอยื่นเรื่องราวผ่านศาลจังหวัดเพื่อร้องขอการปนะกันตัวอีกครั้งไปยังศาลอุทรณ์ เพื่อให้ได้รับการพิจารณาให้มีการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อออกมาสู้คดี

ทั้งนี้การที่ศาลอุธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวครั้งแรกเนื่องจากหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ และเมื่อได้รับอนุมติเงินจากยุติธรรมกลางมาเพิ่ม อีกเท่าตัวเป็นเงินรวม 1 ล้านบาท ซึ่งให้ค่อนข้างเชื่อมั่นและมั่นใจ เมื่อส่งเรื่องผ่านศาลจังหวัดไปยังศาลอุธรณ์ อีกรอบว่าน่าจะได้รับการอนุญาตให้มีการประกันภายในวันพฤหัสนี้ซึ่งค่อนข้างจะเชื่อมั่นว่าศาลอุทรณ์จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงด้านการให้ประกันตัวอย่างแน่นอน
ในขณะที่นางสาวขนิษฐา สีกู่กา ญาติผู้ต้องหา กล่าวว่า คงจะต้องรอด้วยความหวังต่อไป รวมทั้งในขณะเกียวกัน การที่ทนายจะทำเรื่องไปยังศาลอุธรณ์อีกรอบ ซึ่งคงจะสอดคล้องการการที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสรุปสำนวนมายังอัยการเพื่อสรุปส่งมารับความเห็นชอบด้านการสั่งคดี โดยยังเชื่อมั่นในคว่มบริสุทธิ์ ว่าน่าจะได้นับความเป็น และหากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็จะสู้คดีอย่างถึงที่สุด ในคดีที่เกิดจากการถูกกล่าวหา ส่วนหากศาลตัดสินคดีถึงที่สุด ว่า ถึงแม้เมื่อคดีถึงที่สุด แล้วน้องปลา ไม่มีความผิด ยืนยันว่าจะไม่มีการยื่นฟ้องร้องใคร แต่ก็อยากให้ผู้เกี่ยวข้องกับความเสียหาย การสูญเสียอิสรภาพ ได้รับผลกระทบทางครอบครัว ผลกระทบจากการเรียน และผลกระทบความรู้สึกทางจิตใจ ที่ได้รับจากการที่ไม่ได้มีความผิด แต่ต้องติดคุก และตนติดใจ แน่นอน แม้จะไม่ฟ้อง แต่คนที่ทำผิดขั้นตอนทำให้น้องปลาสูญเสียอิสรภาพโดยำม่มีความผิด ควรจะพิจารณา ว่า ควรจะชดใช้เยียวยากับการลงโทษคนที่ไม่มีความผิดเช่นนี้หรือไม่
นางสาวขนิษฐา กล่าวต่อว่า เท่าที่ผ่านมาถือว่า ตร.ทำดีอยู่แล้ว และที่สำคัญตนยังยืนยัน ความผิดพลาดที่ทำให้คนบริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย คือการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะส่วนไหนก็ตาม ควรที่จะทำงานให้รัดกุม ก่อนที่จะสั่งดำเนินคดี ไม่ใช่จะเอาใครมาดำเนินคดี หรือรับผิดในสิ่งทำ ก็ควรที่จะตรวจสอบว่าเขากระทำความผิด หรือรับโทษในสิ่งที่ทำ ก็ควรที่จะตรวจสอบ หรือหาข้อเท็จจริง ที่ชัดเจนก่อน ว่าเขาบริสุทธิ์ หรือเขาทำจริงๆ ก่อนที่จะพิจารณาตัดสินว่าเขามีความผิด เพื่อไม่ให้เหตุการที่สร้างความเสียโอกาสที่จะได้รับความเป็นธรรม เช่นในกรณีน้องปลา ถ้าผิดจริงก็คงไม่ดิ้นรนต่อสู้อะไร แต่คดีนี้ พวกตนต่อสู้เพราะยังยืนยันว่าน้องปลาไม่ได้ทำ แต่กลับต้องมาได้รับโทษ ซึ่งยอมรับไม่ได้


