จากกรณีกระทิงเพศผู้บาดเจ็บบริเวณลูกตาทั้ง 2 ข้างจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มาหากินนอกแนวเขตพื้นที่ไร่ของชาวบ้านใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานฯเขาใหญ่ ผากระดาษตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม กระทิงเดินเป็นลักษณะเดินวน คล้ายลูกตาด้านขวาพอมองเห็นลาง ๆ และเดินไปเรื่อยๆจากพื้นที่บ้านวังประดู่ ไปพื้นที่หมู่บ้านคลองดินดำ ห่างจากอุทยานฯประมาณ 7-8 กม.เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังติดเฝ้ดูตลอดเวลาเกรงว่าจะเกิดอันตราย
วันที่ 2 มิถุนายน หลังจากนายวันชัย แค่มจันทึก หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่(ขญ.2) ผากระดาษ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รายงานให้นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ และประสานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เพื่อให้ส่งทีมสัตวแพทย์มาดูอาการและวางแผนนำกลับสู่พื้นที่เขาใหญ่ เวลา 15.00 น.นายสัตวแพทย์ บูรฉัตร ตันประดิษฐ์ นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ ได้นำทีมเข้ามาตรวจสอบกระทิงเพื่อประเมินการยิงยาสลบ เพราะกระทิงมีขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 800-900 กก. เขายาว อายุประมาณ 9-12 ปี ซึ่งหากปล่อยไว้อาจจะทำให้ประชาชนไม่ปลอดภัย จึงจำเป็นต้องนำกระทิงกลับสู่เขตอุทยานฯเขาใหญ่
ขั้นตอนหลังจากยิงยาสลบ จะใส่ปลอกคอติดวิทยุติดตามตัว แล้วตรวจว่าบาดเจ็บจุดใดเพื่อรักษา รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่คอยจับพิกัดติดตาม เกรงว่ากระทิงที่เจ็บอาจจะไม่ปลอดภัยจากสัตว์ จำพวกหมาไน หมาจิ้งจอกในป่า จุดที่ปลอดภัยน่าจะเป็นทุ่งหญ้าของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ คลองปลากั้ง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว
เจ้าหน้าที่ยิงลูกดอกยาสลบน 2 ครั้ง เมื่อกระทิงสลบได้นำเชือกตาข่าย ใช้รถแบ็กโฮยกขึ้นรถบรรทุกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่นำมาเตรียมไว้แล้ว นำกลับไปปล่อยบริเวณทุ่งหญ้าหน่อยพิทักษ์อุทยานฯคลองปลากั้ง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเรือนประชาชน
นายชูเกียรติ ราชสิทธิ์ นายสมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ เปิดเผยว่า การที่กระทิงออกจากเขตอุทยานฯเขาใหญ่มาหากินนอกแนวเขต มากขึ้นอาจจะเป็นเพราะที่ผ่านมาสัตว์ป่าขาดแหล่งน้ำแหล่งอาหาร จากสภาพภัยแล้งมายาวนาน เมื่อมีแหล่งน้ำของชาวบ้านที่ติดแนวเขตก็พากันออกมากินและหลายตัวไม่ยอมกลับเข้าเขต จึงอยากให้ประชาชนทุกคนให้ร่วมกันดูแลอนุรักษ์สัตว์สงวน เอาไว้อย่าไปทำร้ายเพราะสัตว์ป่าก็คือทรัพยากรทางธรรมชาติรักษาไว้ก่อนที่จะสูญพันธ์

