วันที่ 3 มิถุนายน นายศิริพัฒ พัฒกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการในการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร(พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช) เพื่อขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก ประจำปี 2559 เปิดเผยว่า การบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ที่เป็นคราบคล้ายสนิมนั้น ได้รับการรายงานจากนายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราชว่า ได้มีการตรวจวิเคราะห์ครั้งสุดท้ายแล้ว คราบสีคล้ายสนิมดังกล่าวมากกว่าร้อยละ 90 เกิดจากสีของตะกั่ว ที่หุ้มปลียอดซึ่งอยู่ภายในเพื่อรองรับแผ่นทองคำที่หุ้มอยู่ภายนอก เป็นการป้องกันไม่ให้แผ่นทองสึกกร่อน เมื่อมีการเสียดสีของพื้นผิวจากแรงลม เป็นภูมิปัญญาโบราณ แต่เมื่อคราบดังกล่าวไหลลงมากระทบและทำปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์และสีอะคริลิคสีขาว ทำให้เห็นชัดเจนขึ้น
สำหรับการซ่อมแซมบูรณะนั้นได้มีการลงนามในสัญญาจ้างแล้ว ในวงเงิน 5 ล้านบาทเศษ ในจำนวนนี้เป็นค่านั่งร้าน 5 แสนบาท ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน ซึ่งขณะนี้ผู้รับจ้างกำลังติดตั้งนั่งร้านเพิ่มเติมเพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงจากนั่งร้านเดิม เพื่อให้สามารถเจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานได้คาดใช้เวลาติดตั้ง 1 เดือน โดยในขั้นแรกจะมีการขูดลอกสีอะคริลิคสีขาวที่ทาองค์พระบรมธาตุออกทั้งหมดตั้งแต่ปล้องไฉนลงมา หากพื้นผิวส่วนใดที่ชำรุด หมดสภาพก็จะซ่อมแซม โดยใช้ปูนหมักและปูนตำแบบโบราณ จะไม่ใช้สีอื่นๆ ใดมาทาทับอีก จะปล่อยให้สีองค์พระบรมธาตุเปลี่ยนไปตามธรรมชาติเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลา 2-3 ปี สีจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ นอกจากนี้ยังมีการบูรณะกลีบบัวคว่ำบัวหงายด้วย ในระหว่างที่มีการติดตั้งนั่งร้านอยู่นั้น ทางสำนักศิลปากรที่ 14 ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิด และสร้างห้องคลังเก็บทรัพย์สินมีค่าที่วิหารธรรมศาลาควบคู่กันไปด้วย

นายศิริพัฒ กล่าวต่อว่า สำหรับการบูรณะปลียอดองค์พระบรมธาตุนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อกรมศิลปากรว่า เห็นควรให้มีการบูรณะใหม่ทั้งหมดด้วย แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากและใช้เวลานานก็ตาม เพื่อให้มีสภาพสมบูรณ์และงดงามมากที่สุด ซึ่งทางสำนักศิลปากรที่ 14 จะได้นำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ในการบูรณะปลียอดองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เสนอไปยังกรมศิลปากรต่อไป

