เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนขอความเป็นธรรม จากนางสุพิศ ทองแท้ อายุ 49 ปี ชาวต.ทุ่งต่อ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พร้อมด้วยบรรดาญาติพี่น้องว่า ผู้เป็นพ่อของตนเองคือ นายจำรัส ซุ่นสั่น อายุ 68 ปี ชาว ต.ท่างิ้ว อ.ห้วยยอด จ.ตรัง อาชีพรับจ้างก่อสร้าง โดนงูเห่ากัดบริเวณตาตุ้มข้อเท้าด้านขวา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนี้ผู้เป็นพ่ออาการทรุดหนักนอนอยู่ห้องไอซียู รพ.ศูนย์ตรัง
นางสุพิศ ทองแท้ ลูกสาว กล่าวว่า พ่อมีลูกทั้งหมด 3 คน ได้หย่าร้างกับภรรยาไปแล้วหลายปี วันที่เกิดเหตุ พ่อได้มาอยู่บ้านของตน ระหว่างนั้นได้ไปเก็บลูกมะนาวที่ปลูกอยู่บริเวณข้างบ้าน แล้วพ่อโดนงูเห่า ตัวขนาดเท่ากับหลอดไฟนีออนกัดบริเวณตาตุ้มขาด้านขวา ตนจึงได้ทุบตีงูเห่าตัวดังกล่าวจนตาย พร้อมกับนำผ้ารัดขาของพ่อบริเวณเหนือบาดแผล กระทั่งนำไปส่ง รพ.ห้วยยอด พร้อมกับแจ้งให้แพทย์ทราบว่าโดนงูเห่ากัดมา แพทย์จึงได้ทำการล้างบาดแผล พร้อมให้ยาฆ่าเชื้อ และยาแก้ปวด ก่อนจะให้นอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการ ซึ่งตนเองถามว่าทำไมถึงไม่ฉีดเซรุ่มแก้พิษงูให้ ทางแพทย์และพยาบาลให้เหตุผลว่า ผู้ป่วยไม่มีอาการบ่งชี้ว่าโดนงูกัด โดยไม่มีอาการง่วงซึม หรือตาเบลอ
ผู้เป็นลูกสาว กล่าวต่ออีกว่า ซึ่งพ่อต้องนอนรอดูอาการอยู่ รพ.ห้วยยอด มาโดยตลอด ระหว่างที่นอนดูอาการ พ่อมีอาการปวดท้อง และแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง ถึงขั้นนอนไม่หลับทุกเวลา ทีมผู้ทำการรักษาได้นำยาธาตุน้ำขาวมาให้ดื่ม กระทั่งมาถึงวันที่ 4 ก.ค.62 ที่ผ่านมา พ่อเริ่มมีอาการทรุดหนัก บาดแผลเริ่มเปื่อย เนื้อรอบบาดแผลเริ่มตาย ก่อนแพทย์จะให้น้องไปเบิกเซรุ่มแก้พิษงูมาฉีดให้ จึงจะนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ตรัง ของวันเดียวกัน ก่อนจะทำการตัดแต่งเนื้อที่เน่าเปื่อยออกไป และรักษาอาการมาโดยตลอดพ่อเริ่มทรุดเป็นระยะ เริ่มเหมอลอย พูดคุยไม่รู้เรื่อง เจ็บปวดทั้งร่างกายตลอดเวลา หายใจไม่ออก จนต้องเข้าห้องไอซียู วันที่ 15 ก.ค.62 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้พ่อไม่รับรู้อะไรแล้ว โดยแพทย์ระบุว่า มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในสมอง ปอดติดเชื้อ สมองเริ่มตายไปบางส่วน และกำลังจะเข้าสู่ภาวะไตวาย พร้อมแจ้งให้ญาติๆ ทุกคนเข้าใจว่าพ่อน่าจะไม่รอดแล้ว
ในวันนี้ตนเองพร้อมด้วยญาติๆ ได้ไปยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ตรัง เพื่อเรียกร้องและร้องเรียนขอความเป็นธรรมใน 3 เรื่อง 1.ให้แสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะทาง รพ.ไม่ยอดฉีดเซรุ่มให้ตั้งแต่ต้น 2.การให้บริการไม่เสมอภาคกัน 3.ชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนทำไมถึงไม่มีการฉีดเซรุ่มเพราะเป็นพิษงูเห่า 5.ชี้แจงวิธีการรักษาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปโดยตนเองและครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อแพทย์แจ้งว่าให้ทุกคนทำใจ ตนเองไม่ได้กล่าวโทษ รพ.ศูนย์ตรัง แต่อย่างใด เพราะเข้าใจว่าได้รักษาตามอาการของผู้ป่วยในระยะหลัง แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม รพ.ห้วยยอด ถึงไม่ได้ฉีดเซรุ่มแก้พิษงูให้ตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุ ถึงจะมาฉีดให้ในวันที่ 4 ไปแล้ว ก่อนที่พ่อจะมาทรุดหนักอย่างนี้ ส่วนตัวพ่อไม่ได้ป่วยไข้ ร่างกายแข็งแรงดี แต่ต้องกลับมาพบเหตุการณ์เช่นนี้กับตนเอง จึงวิงวอนและเรียกร้องรวมทั้งขอความกระจ่างไปยังทาง รพ.ห้วยยอด กับการที่รักษาพ่อของตนแบบนี้ ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

