วันที่ 21 กรกฎาคม นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท เปิดเผยว่า ได้ออกแถลงการณ์ในนามสมาคมฯ ขอให้ทบทวนบัญชีเทียบระดับตำแหน่ง เพื่อรับโอนข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายอื่นมาบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังจากคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นหรือ กถ. ได้ประกาศมาตรฐานกลางเกี่ยวกับการรับโอนข้าราชการตามกฎหมายอื่นมาบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป สมาคมฯได้พิจารณาแล้ว ไม่เห็นด้วยกับประกาศและบัญชีเทียบระดับตำแหน่งเพื่อรับโอนข้าราชการพลเรือนบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น และขอเชิญชวนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกตำแหน่ง ทุกระดับ ที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศฉบับนี้ ร่วมเป็นอาสาสมัครในการที่จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนประกาศ
“เนื่องจากการเทียบตำแหน่งไม่เป็นธรรม หรืออาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 251 บัญญัติให้การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องใช้ระบบคุณธรรม คำนึงถึงความเหมาะสมและความจำเป็นของแต่ละท้องถิ่น และ อปท.แต่ละรูปแบบ โดยให้มีมาตรฐานที่สอดคล้องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันหรือการสับเปลี่ยนบุคลากรระหว่าง อปท.ด้วยกันได้ จึงเห็นว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ได้บัญญัติให้ความสำคัญกับบุคลากรของ อปท.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถจะพัฒนาทักษะประสบการณ์ให้มีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่สูงขึ้นดังนั้น การประกาศใช้มาตรฐานรวมทั้งบัญชีแนบท้าย เป็นการลิดรอนสิทธิของข้าราชการส่วนท้องถิ่น” นายพิพัฒน์กล่าว
นายกสมาคมฯกล่าวว่า กรณีที่ กถ.อาศัยอำนาจตามมาตรา 33 (1) ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 2542 เพื่อออกประกาศฉบับนี้ ขณะที่บทบัญญัตินี้ มีเจตนารมณ์ให้ กถ.ยึดถือหลักคุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล แต่การออกประกาศทำให้มีความขัดแย้งกับระบบคุณธรรม เกิดความไม่เสมอภาค เนื่องจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นหากมีความประสงค์ต้องการย้ายเปลี่ยนสายงานจากสายงานวิชาการเป็นสายงานอำนวยการและสายงานบริหารนั้น ต้องใช้วิธีสอบคัดเลือก ซึ่งการกำหนดหลักเกณฑ์ปิดกั้นกรณีที่มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งในระดับชำนาญการไม่ครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์กำหนด แต่ประกาศและบัญชีแนบท้ายประกาศฉบับนี้ได้ให้สิทธิแก่ข้าราชการพลเรือนในระดับชำนาญการสามารถโอนเป็นสายงานอำนวยการในระดับต้นได้ทันที จึงเป็นการกีดกันข้าราชการส่วนท้องถิ่น
“สมาคมฯขอเรียกร้องให้ กถ.ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ประกาศใช้มาตรฐานฉบับนี้และขอให้มีการทบทวนการบังคับใช้ตามประกาศดังกล่าว ให้มีการขยายเวลาการบังคับใช้บัญชีเทียบระดับตำแหน่งเพื่อรับโอนข้าราชการตามกฎหมายอื่นมาบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น แนบท้ายประกาศ กถ.ไปไม่มีกำหนด จากนั้นขอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นศึกษารายละเอียดอีกครั้ง โดยมีผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นสายงานบริหารท้องถิ่น สายงานอำนวยการท้องถิ่น และสายงานวิชาการท้องถิ่น เข้าร่วมเป็นคณะทำงานไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อร่วมกันพิจารณาให้เกิดความเท่าเทียม เหมาะสม และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยทันที” นายพิพัฒน์กล่าว

