หน้าแรก ภูมิภาค นักวิจัยศูนย์...

นักวิจัยศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นแฉ “นักการเมือง” งาบงบสนามฟุตซอล56แห่ง ชี้ทำเป็นขบวนการ แต่ครูน้อยในโรงเรียนเป็นแพะ

22.07.19 | 10:58 น.

วันที่ 22 กรกฎาคม นายปรีชา อุยตระกูล หัวหน้าโครงการวิจัยประชาสังคมกับการเสริมสร้างธรรมาภิบาลท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบและกลไกในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น กรณีศึกษา จ.นครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเรื่องการทุจริตสนามฟุตซอลที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่า ตนและทีมวิจัยซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งขณะนั้นทีมวิจัยได้พิจารณาเรื่องที่จะวิจัยจากเรื่องร้องเรียนที่มีความหนาแน่นมาก โดยพบว่า อันดับ 1 เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ คือ เทศบาล และ อบต. ส่วนอันดับที่ 2 คือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเห็นว่ามีผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมาก
สำหรับเรื่องทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลนั้น เป็น 1 ในนับสิบเรื่องที่นำมาวิจัย โดยพบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ที่มี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยคนหนึ่ง แปรญัตติในรัฐสภา เพื่อที่จะนำงบประมาณมาสร้างสนามฟุตซอลพร้อมอุปกรณ์ ซึ่งงบประมาณแบ่งเป็น 2 ขนาด คือ ให้งบประมาณ 2.5 ล้านบาท สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และงบประมาณ 5 ล้านบาท สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ มาให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. จัดสรรลงไปให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ใน จ.นครราชสีมา จำนวน 49 โรงเรียน และจัดสรรให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 จำนวน 7 โรงเรียน รวม 56 โรงเรียน ได้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท โดยโรงเรียนที่ได้รับจะมีการเปิดประมูลอีอ๊อกชั่น (E-AUCTION) ตามระเบียบ

“แต่ที่น่าผิดสังเกตคือ บริษัทที่ลงแข่งประมูลมีเพียงแค่ 3 บริษัท และบริษัทที่ประมูลเหล่านั้นก็ประมูลเกินกันเพียง 1,000-2,000 บาท เท่านั้น ซึ่งต่อมา จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลพบว่า เป็นกลุ่มบริษัทที่มีความเชื่อมโยงทางธุรกิจเป็นเครือญาติกันทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นคนใกล้ชัดกับนักการเมืองในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ด้วย นอกจากนี้ โรงเรียนที่ได้รับงบประมาณไม่สามารถกำหนดทีโออาร์ได้เองด้วย อีกทั้งจากการตรวจสอบยังพบว่า วัสดุที่ใช้มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน และการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ใช้งานไม่นานก็พังเกือบทั้งหมด” นายปรีชา กล่าว

นายปรีชา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลเบื้องต้น และข้อมูลเชิงลึกอีกหลายอย่าง ทำให้เห็นว่าการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลครั้งนี้ มีการทำกันเป็นขบวนการ ตั้งแต่ระดับกระทรวง สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ส่วนระดับผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะกรรมการเซ็นต์ตรวจรับนั้น อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้นัก เพราะหลายคนได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ให้มาทำหน้าที่นี้ ส่วนนักการเมืองระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นั้น ก็ตรงกับที่ ป.ป.ช.ชี้มูล ซึ่งเป็นนักการเมืองใหญ่ที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทย และขณะนี้ย้ายมาอยู่ในพรรครัฐบาล

Advertisement

“อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องจับตาดูว่า คดีนี้จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ เพราะข้อมูลหลักฐานที่ ป.ป.ช.ได้ไปก็ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น ป.ป.ช.ต้องพิสูจน์ผลงานตนเองให้ประชาชนเชื่อมั่น และประชาชนต้องอย่ารอพึ่งแต่เพียงองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่จะมาปราบการทุจริตคอรัปชั่นเท่านั้น เพราะหน่วยงานที่ตรวจสอบมีคนทำงานน้อย ขณะที่ปริมาณงานทุจริตมีมาก ดังนั้นประชาชนทุกคนต้องใช้สิทธิหน้าที่การเป็นพลเมืองที่ดี ด้วยการเป็นหูเป็นตาช่วยกันตรวจสอบด้วย เพราะทุกวันนี้โซเชียลทำให้ประชาชนมีพลังในการตรวจสอบได้ง่ายมาก ขณะเดียวกันตนก็เชื่อว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามเอาจริงกับเรื่องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด แต่ถ้าไม่มีประชาชนคอยสนับสนุนอย่างจริงจังก็ทำได้ยาก” นายปรีชา กล่าว