ชาวเกาะพยามระนองแก้วิกฤติราคาสะตอสดด้วยสะตอดอง
ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี จะเป็นช่วงที่สะตอออกผลผลิตเยอะมากจนราคาปรับตัวลง โดยในตลาดจะจำหน่ายเพียงฝักละราว 4-7 บาท ในขณะที่ผลผลิตสะตอจากเกาะพยาม ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง ถูกคนพ่อค้าคนกลางกดราคาเหลือเพียงฝักละ 1.50 บาท ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสะตอต้องหันมารวมกลุ่มกันแปรรูป เพื่อแก้ปัญหาการถูกกดราคา และยกราคาผลผลิตสะตอให้สูงขึ้น
นางประนอม ประสพบุญ ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะพยาม กล่าวว่า ในช่วงนี้ผลผลิตสะตอออกมาเยอะมา ซึ่งโดยทั่วไปจะขายส่งได้ในราคาฝักละ 3-4 บาท หรือร้อยละ 300-400 บาท แต่ในปีที่ผ่านมาเราถูกกดราคาซื้อเหลือเพียงฝักละ 1.50 บาท หรือบางช่วงเหลือเพียงฝักละ 1 บาท ซึ่งไม่คุ้มค่าต่อการเสียค่าจ้างเก็บในราคาฝักละ 1 บาท หรือต้องแบ่งคนละครึ่งกับคนเก็บถ้าราคาขายต่ำกว่าฝักละ 2 บาท อีกทั้งยังต้องมีค่าเรือบรรทุกไปส่งบนฝั่งอีกมัดละ 50-100 บาท จึงไม่คุ้มค่าที่จะเก็บสะตอส่งขาย โดยคนรับซื้อมักจะอ้างว่าสะตอของเราไม่สวยบ้าง หรือบอบช้ำจากการขนส่งบ้าง ซึ่งเราก็ยอมรับว่ามีบ้างแต่ก็ไม่น่าจะหนักถึงขนาดนั้น
นางประนอม กล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมาทางกลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะพยามจึงได้ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม ได้มานั่งพูดคุยและหาทางออกปัญหาราคาสะตอ ด้วยการเปิดรับซื้อผลผลิตสะตอบนเกาะพยามของเราเองในราคาฝักละ 2.50 บาท แล้วนำมาแปรรูปออกจำหน่าย เช่น ข้าวเกรียบสะตอ สะตอสดแกะเมล็ด และที่สามารถแปรรูปได้มากที่สุดคือ สะตอดอง ซึ่งในปีที่ผ่านมาทางสมาชิกได้มาช่วยกันลงแรงโดยไม่คิดค่าจ้าง และเราสามารถรับซื้อสะตอบนเกาะพยามได้มากกว่า 1 หมื่นฝัก ส่งผลให้พ่อค้ารับซื้อสะตอต้องปรับราคารับซื้อขึ้นเป็นฝักละ 4 บาทไปจนหมดฤดูกาล และในปีนี้เราก็กำลังเจอกับวิกฤติราคาสะตอฝัก และทางกลุ่มก็ดำเนินการเหมือนกับในปีที่ผ่านมา
“สะตอดองของเรา 1 ถุงใหญ่จะใช้สะตอราว 4 ฝัก ราคาทุน 10 บาท แต่เราทำเสร็จแล้วขายส่งในราคา 35 บาท ทำให้มีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก 3 เท่า โดยมีผลตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะมีแม่ค้าจากในเมืองสั่งซื้อมาเป็นจำนวนมาก หรือสะตอแกะเมล็ดดิบจะทำการคัดเฉพาะเมล็ดใหญ่ ๆ มาทำการซีลสูญญากาศส่งขายให้กับร้านอาหารต่าง ๆ โดยใช้สะตอราว 10 ฝัก ราคาขายส่งที่ 200 บาท ก็ทำให้สามารถเพิ่มราคาขึ้นมาได้ ซึ่งการดำเนินการแปรรูปสะตอของกลุ่มนั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลางได้” นางประนอมกล่าว
นางสาวดาวรุ่ง กวนสำโรง สมาชิกกลุ่มเกษตรกรทำสวนเกาะพยาม กล่าวว่า การดำเนินการแปรรูปสะตอของกลุ่ม นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการถูกกดราคาสะตอฝักได้แล้ว ยังเป็นการทำให้เกิดความรักและสามัคคีกันในกลุ่ม ซึ่งทุกคนจะแบ่งหน้าที่กันทำโดยไม่ต้องจ้าง ซึ่งนอกจากการมาแปรรูปสะตอแล้วเวลามีงานต่าง ๆ ภายในเกาะพยามทุกคนก็จะออกไปช่วยกัน
นายอธิศักดิ์ ขาวผ่อง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกาะพยาม กล่าวว่า สะตอดองเกาะยามจะมีจุดเด่นที่เมล็ดสวย กรอบ และเปรี้ยวอร่อย โดยเมื่อเรารับซื้อสะตอฝักมาแล้วก็จะนำมาบ่มเอาไว้ก่อนราว 2-3 วัน ทำให้สะตอสุกเต็มที่ และหากฝักไหนที่มีหนอนก็จะเห็นและคัดออกได้ง่าย หลังจากนั้นก็จะนำมาต้มจนสุก แล้วเอามาบีบให้เมล็ดออกมาจากฝัก แล้วนำมาเลี้ยงเนื้อเยื่อด้านนอกออก ก่อนจะนำมาคลุกกับเกลือในอัตราส่วนสะตอ 10 กิโลกรัมต่อเกลือแกง 7 ถุง ซึ่งต้องคลุกเคล้าให้ทั่วถึง แล้วจึงนำไปใส่ไว้ถุงพลาสติกที่อยู่ในโอ่งดิน และทำการเติมน้ำดื่มสะอาดลงไปให้ล้นสะตอขึ้นมาราว 3-4 นิ้ว เพราะเมื่อดองไปสักระยะหนึ่งแล้วเมล็ดสะตอจะโตขึ้นอีก ซึ่งหากเติมน้ำไม่พอสะตอที่อยู่ด้านบนจะเป็นสีดำไม่สวย หลังจากนั้นจะทำการปิดปากถุงให้แน่นและปิดฝาโอ่งดองทิ้งไว้ราว 10 วันก็จะได้ที่ ซึ่งการบรรจุขวดและทำเป็นถุงขายนั้นเราจะเทน้ำเก่าออก และนำน้ำดื่มสะอาดใหม่ใส่เข้าไปแทนที่ ทำให้สะตอดองลดความเค็มลงและความเปรี้ยวจะอร่อยพอดี
ปัจจุบันผลผลิตสะตอดองและสะตอสดแกะเมล็ดจากเกาะพยามเป็นที่รู้จักและนิยมมากขึ้น ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด อีกทั้งเป็นการแทรกแซงราคาและแก้ปัญหาการถูกกดราคาจากพ่อค้ารับซื้อสะตอฝักได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่ม และที่สำคัญทำให้สมาชิกได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความรัก ความผูกพัน และความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับคนในชุมชน


