หน้าแรก ภูมิภาค ลุยตรวจโรงงาน...

ลุยตรวจโรงงานทอเสื่อเถื่อนในขอนแก่น พบไร้ใบอนุญาต-ทำกิจการอันตรายต่อสุขภาพ

3.06.16 | 17:12 น.

วันที่ 3 มิถุนายน  เมื่อเวลา 10.30 น. นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.จ.ขอนแก่น ได้มอบหมายให้ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ชป.พท.มทบ. 23 นายโกเมน ผิวพุ่ม วิศวกรชำนาญการ สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีพลเมืองดีร้องเรียน ว่า โรงงานไม่มีชื่อประกอบกิจการผลิตตาข่ายพลาสติก ประเภททอเสื่อ พรม และสิ่งทออื่นๆ ด้วยเครื่องจักร ตั้งอยู่ที่หมู่ 18 บ้านหนองบัวดีหมี ต.ท่าพระ ได้แจ้งที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ว่า เป็นโรงงานไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน และประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย


เมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าว พบว่า นางสำเนียง สีทา อายุ 49 ปี บ้านหนองบัวดีหมี อ้างว่าเป็นผู้ดูแลโรงงานดังกล่าว โดยใช้ชื่อว่า “เนียงละวีการค้า” ได้เดินตรวจงานในโรงงานอยู่ในเนื้อที่ 4 ไร่ มีเครื่องทอ 30 เครื่อง เครื่องกรอ 2 เครื่อง และเครื่องกรีดใย 1 เครื่อง มีพนักงานอยู่ในโรงงาน 15 คนด้วยค่าแรงรายวันวันละ 300 บาท กำลังทำงานอยู่ที่เครื่องจักรโดยทอเสื่อยี่ห้อหนึ่งส่งให้กับผู้ที่สั่งจองมา เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้น พร้อมทั้งให้นำพาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบภายในพื้นที่ของโรงงาน

โดยนางสำเนียงไม่สามารถนำเอกสารการได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานจากหน่วยงานภาครัฐมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอุปกรณ์พร้อมวัตถุดิบที่มีอยู่เอาไว้ พร้อมนำตัวนางสำเนียงส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

201606031546295-20090317131953

Advertisement

นายโกเมน ผิวพุ่ม วิศวกรชำนาญการ สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังจากที่ ผวจ.ขอนแก่น สั่งการมาว่าให้ไปตรวจสอบโรงงานดังกล่าวที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือประกอบกิจการโรงงานไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด จึงได้มาตรวจสอบกับกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้พบใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในชื่อว่า หจก.สไมล์ อิมเพรสชั่น ผลิตตาข่ายพลาสติก กำลังเครื่องจักร 176 แรงม้า จำนวนคนงาน 50 คน แต่ได้ขาดต่ออายุไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมกันนี้มีเอกสารที่นางสำเนียง สีทา อ้างเป็นผู้ดูแลคนใหม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยใช้ชื่อว่าผู้ประกอบกิจการทอมุ้งเขียว “เนียงละวีการค้า” ซึ่งตั้งอยู่ในโรงงานดังกล่าวที่ขาดอายุการต่อทะเบียนไปแล้ว จึงไม่สามารถที่จะประกอบกิจการโรงงานได้ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 จึงต้องแจ้งให้หยุดเครื่องประกอบกิจการโรงงานในทันที พร้อมกับดำเนินคดีเปรียบเทียบปรับในข้อกล่าวหาว่า ตั้งโรงงาน และประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

พ.ท.พิทักษ์พล  ชูศรี  ผบ.ชป.พท.มทบ 23 เปิดเผยว่า ตนได้ประสานไปกับเจ้าของพื้นที่โรงงานเดิมที่ได้เลิกกิจการไปแล้ว และได้บอกว่าโรงงานดังกล่าวได้ปิดตัวเองไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา โดยให้นางสำเนียงมาเฝ้าและดูแลโรงงาน พร้อมกับพื้นที่ดินไร่สวนที่อยู่รอบบริเวณโรงงานประมาณ 20 ไร่ โดยเฉพาะโรงงานให้นางสำเนียงดูแลความสะอาดเครื่องจักรของโรงงานให้คงในสภาพเดิม แต่นางสำเนียงกับพวกได้มาเปิดโรงงานขึ้นมาเองแบบไม่ขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประกอบผลิตตาข่ายพลาสติก ประเภท ทอเสื่อ พรม และสิ่งทออื่นๆ ด้วยเครื่องจักรของเจ้าของโรงงานคนที่ปิดตัวเองไปแล้ว แล้วมาขอใช้ชื่อว่า “เนียงละวีการค้า” เพื่อขอประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจนหมดอายุเมื่อปีที่ผ่านมา พนักงานในโรงงานจึงไม่ได้รับสวัสดิการใดๆ เพราะไม่มีประกันสังคมในโรงงานที่นางสำเนียงอ้างว่าเป็นผู้ดูแล จึงต้องเข้ามาตรวจสอบและเข้าจับกุมนางสำเนียงส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป