ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 21.00 น. ร.ต.อ.อัศวเทพ จันทร์นาดี ร้อยเวรสอบสวน สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้รับแจ้งว่ามีผู้หญิงในสภาพเปลือยกายถูกแทงเสียชีวิตบริเวณหน้าห้องน้ำ จึงพร้อมด้วยกู้ภัยร่วมกตัญญู สระบุรี ไปที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่า เลขที่ 133/ 9 ถนนอุไรรัตน์ (มิตรภาพ ซอย 1) ต.แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระบุรี จึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบร่างผู้หญิงนอนเสียชีวิต ในสภาพนอนหงาย ร่างกายไม่สวมเสื้อผ้า นอนพาดอยู่ระหว่างประตูเปิดปิดห้องน้ำ บริเวณหน้าอกซ้ายมีร่องรอยถูกแทงเป็นแผลลึก และมีรอยคล้ายของมีคมเชือดอยู่หลายที่ เป็นรอยแผลเหวอะหวะ บริเวณในห้องน้ำมีร่องรอยคราบเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการเก็บตัวอย่างและหลักฐานรอยนิ้วมือ คราบเลือดในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตชื่อนางนันทนา พิทักษา อายุ 42 ปี (ยังไม่ทราบที่อยู่ที่แน่ชัด) เบื้องต้นอยู่ จ.มหาสารคาม

สอบถามผู้อยู่บริเวณใกล้เคียงในบริเวณห้องเช่าที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้น จากนั้นได้ทำการสอบถาม นายซาอุดี เจ๊มุ อายุ 42 ปี สามีของผู้เสียชีวิตที่เป็นพนักงานโรงงานซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ใกล้ที่พักห้องเช่าที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นภรรยา อยู่กินกันมานานแล้ว
นายซาอุดีกล่าวว่า ตนเองเป็นพนักงานของบริษัทซีพีเอฟ แปรรูปชำแหละไก่ อยู่ห้องเชือดไก่ ได้เช่าห้องพักตั้งแต่ปี 2558 และอยู่กับภรรยาซึ่งทำงานด้วยกัน ต่อมาภรรยาไปทำงานโรงงานใน จ.นครปฐม และเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ภรรยาได้กลับมาห้องเพื่อจะเก็บของเพื่อไปอยู่ห้องใหม่ วันเดียวกัน ตนเลิกงานจึงได้แวะมาที่ห้องเช่าแห่งนี้พร้อมกับเพื่อนอีก 1 คน ชื่อนายยงยุทธ ภูมิอาจ เป็นเพื่อนทำงานด้วยกัน

“บอกเพื่อนว่าแวะห้องหาภรรยาแป๊บ เมื่อไปถึงบริเวณห้องเช่าจึงได้จอดรถจักรยานยนต์ แล้วให้เพื่อนนั่งรออยู่ที่รถจักรยานยนต์แล้วตนเองจึงได้เดินเข้าไปที่ห้อง เมื่อไปถึงเปิดห้องเข้าไปพบภรรยาตนเองนอนเปลือยกายแล้วมีร่องรอยถูกมีดแทงบริเวณหน้าอกซ้าย จึงได้ร้องโวยวายแล้วเดินออกมานอกห้อง บอกให้เพื่อนที่มาด้วยกันเข้าไปดู จากนั้นนายยงยุทธจึงได้โทรแจ้ง 191 พร้อมกับได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งคอย มายังที่เกิดเหตุ” นายซาอุดีกล่าว
จากการสอบสวนนายซาอุดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปผลการสืบสวนในที่เกิดเหตุ และยังต้องหาหลักฐานอย่างเร่งด่วนเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี โดยจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และช่องทางที่คาดว่าคนร้ายจะหาทางหลบหนี โดยได้ส่งสายสืบลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งไปผ่าพิสูจน์หลักฐานที่โรงพยาบาล (รพ.) ธรรมศาสตร์ รังสิต และนำหลักฐานการตรวจมาประกอบคดีเพื่อติดตามคนร้ายต่อไป

