เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ส่วนใหญ่ยังไม่เริ่มลงมือทำนาปี เนื่องจากฝนที่ตกลงมาช่วงนี้ยังน้อย ไม่เพียงพอที่จะหว่านต้นกล้า ขณะที่เขื่อนต่างๆ ก็ยังมีปริมาณน้ำน้อยมาก เฉลี่ยมีน้ำกักเก็บเพียงร้อยละ 24 เท่านั้น ดังนั้นระหว่างที่รอน้ำฝนทำนาปีนี้ เกษตรกรบางส่วนจึงได้ตัดสินใจปลูกพืชระยะสั้น เพื่อเก็บผลผลิตไปขายเลี้ยงชีพเป็นการชั่วคราวก่อน โดยเฉพาะชาวบ้านที่ ต.สีมุม อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งชาวบ้านได้หันมาปลูกพืชผักสวนครัวกันอย่างคึกคัก อาทิ กะเพรา, แมงลัก และโหระพา เป็นต้น

นายล้อม มิตรใหม่ อายุ 70 ปี ชาวบ้านมะกอก หมู่ 10 ต.สีมุม อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนเองมีที่นาประมาณ 20 ไร่ ซึ่งปกติช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี จะเริ่มทำนาปีกันแล้ว แต่เนื่องจากปีนี้ฝนยังตกลงมาไม่เพียงพอ ประกอบกับเขื่อนต่างๆ ก็ยังไม่มีน้ำที่พอจะปล่อยลงมาให้เกษตรกรได้ จึงทำให้ตนต้องปรับพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เพื่อปลูกผักสวนครัว ประเภท กะเพรา แมงลัก และโหระพา เพื่อนำไปขายเลี้ยงครอบครัวแทนชั่วคราวก่อน ซึ่งขณะนี้ผักสวนครัวทั้ง 3 ชนิด จะมีพ่อค้าคนกลางมาซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 70 บาท โดยสามารถเก็บไปขายได้ทุกวัน วันละประมาณ 10 กิโลกรัม สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้ประมาณวันละ 700-800 บาท ซึ่งก็พอที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง

