เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 ที่จ.นครศรีธรรมราช สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งเกิดปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังไฟสงบลงบ้างในบางพื้นที่ของ อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ล่าสุด ไฟลามเข้ามาเขตพื้นที่ ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ หลังมีกระแสลมกระโชกและผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่พื้นที่ ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไฟได้สงบลง ล่าสุด ไฟเกิดปะทุและลุกลามต่อเนื่องอีกครั้ง โดยยังไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากกระแสลมที่ผันผวน อีกทั้งการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเส้นทางไปถึงแนวไฟต้องใช้ทางเรือลัดเลาะไปตามคลองซอยในพื้นที่พรุสลับพื้นที่เกษตรที่ชาวบ้านครอบครองสิทธิทำกิน
นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มเติมครอบคลุมเขตพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งทั้ง 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.ร่อนพิบูลย์ เพื่อให้หน่วยงานราชการและ อปท.เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง
รายงานข่าวแจ้งว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังบน ได้ส่งรถบรรทุกเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าในพื้นที่เพื่อเดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มพิกัด จากการส่งน้ำได้วันละ 520,200 ลูกบาศก์เมตร และเพิ่มปริมาตรขึ้นอีก โดยดึงน้ำจากแม่น้ำปากพนังและคลองชะอวด-แพรกเมือง ต.การะเกด และเขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ ส่งเข้าคลองสาขา -คลองซอย 4 สาย เพื่อสูบเติมลงใต้ผืนป่าพรุควนเคร็งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดินช่วยยับยั้งเปลวไฟลุกโหมขึ้นอีก นอกจากนี้จะระดมฉีดพ่นน้ำเหนือกองเถ้าถ่านที่ไฟมอด เพื่อลดอุณหภูมิสูงใต้ป่าพรุ เนื่องจากมีกระแสลมแรง มั่นใจว่าพื้นที่ 20 กิโลเมตรที่เกิดไฟป่าจะดับมอดสนิทอย่างแท้จริง
ต่อมาเวลา 19.30น. ที่บริเวณสถานีดับไฟป่าพรุควนเคร็ง ศูนย์เฉพาะกิจดับไฟป่าพรุควนเคร็ง ยังคงส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ ขณะเดียวกันเร่งส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดไฟที่ลุกไหม้ในป่าพรุควนเคร็งว่าเป็นไฟป่า หรือเกิดจากการเผาวัสดุทางการเกษตร เนื่องจากมีไฟไหม้สวนปาล์มน้ำมันที่อยู่ติดชายป่าด้วย พร้อมเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน แม้ไม่มีเจตนาทำให้เกิดไฟป่า แต่หากเผาวัสดุทางการเกษตรในภาวะที่ฝนน้อย อากาศแห้ง และกระแสลมแรง อาจทำให้ไฟลามไปยังป่าได้

