นายกสมาคมสับปะรดไทยตะวันออกร้อง “ธนาธร” ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเกษตร

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม น.ส.เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมด้วยนายอำนาจ ศรีแสง อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ระยอง เป็นตัวแทนนายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค อนค. ลงพื้นที่พบนายกสมาคมพัฒนาสับปะรดไทยภาคตะวันออก และสมาชิกกลุ่มเกษตรชาวไร่สับปะรดระยอง-ชลบุรี นายปรีชา พุ่มโพธิ์ทอง กำนัน ต.มะขามคู่ นายอรุณ อินทร์แก้ว อดีตนายก อบต.นิคมพัฒนา และนายวิชัย ไพโรจน์ ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนที่ศูนย์ ศพก. หมู่ 2 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง โดยมีนางสว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ และนายเกรียงไกร กิ่งทอง ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะลงสมัครนายก อบจ.ระยอง ในนามพรรค อนค. ไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นายพิมล สิทธิเวช นายกสมาคมพัฒนาสับปะรดไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า หลังจากประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผ่านศูนย์ดำรงธรรม แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ว่า กลุ่มเครือข่ายสมาชิกชาวไร่สับปะรดภาคตะวันออก (ระยอง –ชลบุรี) ประสบปัญหาความเดือดร้อนการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรอย่างหนัก ที่ผ่านมา รัฐบาลเปิดให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายเมื่อปี 2561 ซึ่งผู้ประกอบการได้ดำเนินการจดทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้อง แต่ปรากฏว่าแรงงานดังกล่าวหลบหนี หรือเปลี่ยนไปทำงานประเภทอื่น ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานเป็นอย่างมาก การเปิดให้ให้จดทะเบียนแรงงานที่ผ่านมา ไม่ตรงกับความต้องการของอาชีพเกษตรกรรม ตามที่สมาคมพัฒนาสับปะรดไทยภาคตะวันออก ได้ดำเนินการขอใช้ลักษณะ “โครงการโป่งน้ำร้อนโมเดล” ซึ่งเป็นการขอใช้แรงงานต่างด้าวตามฤดูกาล ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ จากการที่แรงงานต่างด้าวหลบหนีไปทำกิจการอื่น ทำให้ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนแรงงานอย่างถูกต้อง ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เมื่อจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมาย จึงเป็นช่องทางของเจ้าหน้าที่ที่แสวงหาผลประโยชน์

“สมาคมพัฒนาสับปะรดไทยฯ จึงเสนอโครงการโปร่งน้ำร้อนโมเดล ใช้ในภาคเกษตรกรรม และขอให้กลุ่มเกษตรกร สมาคมฯ หรือกลุ่มโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ตามนโยบายรัฐบาลได้ทดลองใช้แรงงานต่างด้าว ตามฤดูกาล และขอให้รัฐบาลประสานงานการใช้แรงงานต่างด้าวประเทศที่ 4 เช่น อินเดีย ศรีลังกา ฯลฯ เพราะแรงงานประเทศดังกล่าวไม่สามารถเข้าออกได้เหมือนประเทศที่ชายแดนติดกับไทย จะทำให้สามารถควบคุมได้ และการทำเอ็มโอยูตามนโยบายรัฐบาลจะเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น” นายพิมล กล่าว

ด้าน น.ส.เบญจา กล่าวว่า จะนำปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรให้คณะอนุกรรมการและคณะกรรมาธิการการเกษตรพิจารณา รวมทั้งปัญหาเรื่องราคาตกต่ำที่ชาวไร่สับปะรดประสบปัญหามาตลอด ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน พรรค อนค.พร้อมรับฟังทุกเรื่อง และพร้อมที่จะนำไปแก้ไขเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน

บทความก่อนหน้านี้นายกฯไม่ตัด”ไฟใต้-การเมือง”เหตุบึ้มกทม. ซัดคนทำชั่วร้าย ชี้ ปท.กำลังไปได้ มีรบ.ประชาธิปไตย
บทความถัดไปนายกฯขอจบประเด็นถวายสัตย์ฯ ยันทำตามรธน. วอนอย่าเล่นการเมือง จนประเทศชาติปั่นป่วน (มีคลิป)