ปธ.สภาอุตฯท่องเที่ยวศรีสะเกษสำรวจ ‘ปราสาทพระวิหาร’ วอน รบ.ไทยเจรจากัมพูชาเปิดประตูให้ นทท.ขึ้นชม

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นชมปราสาทพระวิหาร บ้านโกมุย จ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชา ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ และนายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้เดินทางมาจ่ายค่าธรรมเนียมและเช่ารถขับเคลื่อน 4 ล้อ เดินทางขึ้นไปยังปราสาทพระวิหาร สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของโลก ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยเส้นทางถนนที่ขึ้นไปสู่ปราสาทพระวิหารมีการลาดคอนกรีตอย่างดี ถนนค่อนข้างลาดชัน และเมื่อขึ้นไปถึงบริเวณปราสาทโคปุระ ชั้นที่ 1 จะมีร้านค้าของชาวกัมพูชาขายสินค้าประเภทต่างๆ ซึ่งบริเวณด้านหลังร้านค้าจะเป็นฐานทหารของกัมพูชาเป็นแนวยาว ขณะที่บนยอดเสาธงจะมีธงชาติของยูเนสโกโบกสะบัดอยู่ และพบว่าสภาพโดยรวมของปราสาทพระวิหารยังคงอยู่ในสภาพปกติเช่นเดิม สามารถมองเห็นศาลาที่พักนักท่องเที่ยวบริเวณผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารและธงชาติไทยได้อย่างชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ของยูเนสโกร่วมกับรัฐบาลกัมพูชากำลังเตรียมการบูรณะปรับปรุงตัวปราสาทพระวิหารเพื่อให้สมบูรณ์สวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวของกัมพูชาคอยดูแลนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่พากันมาขึ้นชมปราสาทพระวิหาร แต่บรรยากาศไม่ค่อยคึกคัก เนื่องจากว่าปราสาทพระวิหารอยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประมาณ 110 กม. ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวจากเขตแดนไทย ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศผ่านขึ้นมาเที่ยวชมปราสาทพระวิหารเท่าที่ควร

ดร.กัลยาณีกล่าวว่า ตนและคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ศรีสะเกษ ได้ขึ้นมาสำรวจปราสาทพระวิหารแล้วรู้สึกเสียดายโอกาสทางด้านการค้า การท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา รวมทั้งประชาชนทั้ง 2 ชาติ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็นอย่างมาก ไม่มีเหตุกระทบกระทั่งตามแนวชายแดนมานานหลายปีแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ได้โปรดพิจารณาให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเปิดการเจรจากับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อเปิดประตูเหล็กทางขึ้นปราสาทพระวิหารให้นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยและทั่วโลกให้สามารถขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหาร โดยผ่านทางด้านอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้

ดร.กัลยาณีกล่าวต่อไปว่า ในการเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมปราสาทพระวิหารได้นั้น ตนเห็นว่าควรเปิดขึ้นได้ 2 ทาง โดยขึ้นทางด้านบ้านโกมุย จ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชา และขึ้นทางด้านผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าและการท่องเที่ยวของทั้ง 2 ประเทศเป็นอย่างดียิ่ง ทั้งนี้ ตนเห็นว่าการขึ้นปราสาทพระวิหารทางด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จะสะดวกที่สุด เนื่องจากปราสาทพระวิหารอยู่ห่างจากตัว อ.กันทรลักษ์ ประมาณ 30 กม.เท่านั้น อีกทั้งหมู่บ้านต่างๆ ของไทยที่อยู่ใกล้กับปราสาทพระวิหาร ก็จะสามารถมีรายได้จากการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นายโชคชัย สายแก้ว นายก อบต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวบ้านทุกคนในเขต ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกับปราสาทพระวิหารมีความต้องการที่จะให้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาร่วมกันเปิดปราสาทพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้ หลังจากที่ปิดประตูเหล็กทางขึ้นเขาพระวิหารมานานกว่า 10 ปีแล้ว หากเปิดปราสาทพระวิหารจะส่งผลดีและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะว่าจะได้มีโอกาสค้าขายสินค้า ของที่ระลึก จำหน่ายอาหาร รวมทั้งธุรกิจการท่องเที่ยวทุกด้านที่จะเกิดขึ้นมา ตนจึงเห็นว่าขณะนี้บ้านเมืองของเรากับกัมพูชาอยู่ในสภาวะสงบเรียบร้อยดีมาก และมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล 2 ชาติ จะเจรจากันเพื่อหาแนวทางแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันจากการเปิดปราสาทพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ชาติมากกว่าการปิดประตูเหล็กกั้นปราสาทพระวิหารจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างแน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มิค บรมวุฒิ ถึงกับร้องไห้ หลังส่งลูกสาววัย 3 ขวบ เข้าโรงเรียน
บทความถัดไป‘มท.’ แต่งตั้งโยกย้ายอธิบดี-ผวจ. 31 ตำแหน่ง ‘ธนาคม’ อธิบดีปกครอง ‘สุทธิพงษ์’ นั่ง พช.