เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าฉาง และ อ.ไชยา กลุ่มผู้เสียหายวงแชร์ประมาณ 50 คน เข้าพบ พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.ณัฐนนท์ เกิดก่อ ผกก.สอบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีหลังแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.โมถ่าย อ.ไชยา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้เสียหายมากกว่า 450 ราย วงเงินมูลค่าเสียหายกว่า 70 ล้านบาท
พ.ต.อ.ณัฐนนท์ กล่าวว่า ได้ระดมพนักงานสอบสวน 32 นายจากทุกสถานีตำรวจภูธรใน จ.สุราษฎร์ธานี ทำการสอบสวนปากคำผู้เสียหายวงแชร์ทั้งหมด 2 กลุ่มและ 2 ท้าวแชร์คือ แชร์บ้านยายเดือนฟรุ้งฟริ้ง มีแชร์บ้าน 53 วง แชร์ดอก 425 วง มีผู้เสียหายแจ้งความ 85 รายและแชร์บ้านครูบุ๋ม มีแชร์บ้าน 52 วง แชร์ดอก 780 วง มีผู้เสียหายแจ้งความ 38 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหาย เนื่องจากมีผู้เสียหายมากและหลายวงแชร์ถือเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่ใช่ความผิด พ.ร.บ.แชร์ ซึ่งในข้อกฎหมายเป็นการฉ้อโกงประชาชน
ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้ประชุมเร่งรัดคดีและมีคำสั่งตั้งคณะทำงานพร้อมตั้งศูนย์รับแจ้งและสอบปากคำ เพื่อทราบพฤติการณ์วันเวลาเกิดเหตุและทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานโดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดไชยาจึงอยากให้ผู้เสียหายที่ยังไม่ได้แจ้งความและสอบปากคำให้ความร่วมมือกับตำรวจด้วย
ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ตรวจค้นบ้าน น.ส.เดือน (นามสมมุติ) ท้าวแชร์คนหนึ่งพบมีเงินสดอยู่ในห้องนอน 1 ล้านบาท และในห้องบุตรชายอีก 1 ล้านบาท แต่บุตรชายท้าวแชร์ได้เข้าแจ้งความจะดำเนินคดี พ.ต.ท.ปฏิภาณ ไชยรักษ์ สวญ.สภ.โมถ่าย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่ได้มีการตรวจยึดเงินดังกล่าว เนื่องจากการสอบสวนเชื่อว่าเป็นเงินในวงแชร์ที่กำลังดำเนินคดี

