หน้าแรก ภูมิภาค เอกชนโวย อคส....

เอกชนโวย อคส.เบี้ยวค่าเช่า กว่า 467 ล้าน ทิ้งข้าวเน่า เสียหายอีก 30 ล้าน (ภาพชุด)

6.08.19 | 21:07 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2562 ที่บริษัทสิงโตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด ตำบลธำมรงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย เจ้าของบริษัทสิงโตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด เจ้าของโกดังให้เช่าเก็บสินค้าในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยองค์การคลังสินค้า(อคส.)ผิดสัญญาเช่าคลังสินค้า และค่าแรงกรรมกร เนื่องจากองค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ อนุมัติให้เช่าคลังสินค้าของบริษัท สิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา เพื่อเก็บข้าวสารจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล มาเก็บรักษาไว้ในคลังสินค้าของบริษัท สิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 18 หลัง จนทางบริษัทได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกำแพงเพชรถึง 2 ครั้ง ว่า อคส. ยังคงค้างค่าเช่าคลัง และมีสองโกดังที่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่าและไม่ต่อท้ายสัญญากรณีนำเข้ามาเก็บเพิ่มกับทางบริษัทรวมแล้วที่ทำสัญญาเช่ายังคงค้างอยู่ 350,508,928 บาทและในส่วนที่ยังไม่จัดทำสัญญาเช่าค้างอยู่อีก 117,115,057 บาท จึงสรุปว่ายังคงค้างค่าเช่าคลังสินค้าทั้งหมดรวม 467,623,985 บาท


ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 พลตำรวจโทไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า ได้เชิญบริษัทเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารองค์การคลังสินค้าเพื่อหารือแก้ไขปัญหาดังกล่าว ที่องค์การคลังสินค้าชั้น 9 ที่ประชุมสรุประงับการระบายข้าวที่ยังคงค้างอยู่ในโกดังของบริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด และในส่วนที่ไม่มีสัญญาเช่าคลังและบันทึกต่อท้ายสัญญาจนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหา

ซึ่งในที่ประชุมได้ของดเว้นโกดังเก็บข้าวหลังที่ 2 ซึ่งมีข้าวอยู่จำนวน 16,000 ตันเป็นข้าวที่คุณภาพอย่างดีสามารถระบายเป็นข้าวชนิดดีทั่วไปได้ ทางบริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ของรัฐและหากเก็บไว้ข้าวก็จะเสื่อมคุณภาพ จึงยอมให้ อคส. นำข้าวออกไปทางไหนได้ แต่ อคส.จะต้องทำบันทึกต่อท้ายสัญญาและชำระค่าเช่าคลังที่ค้างจ่ายทั้งหมดของโกดังหลังที่ 2 นี้ให้กับบริษัท จำนวน 19 ล้านบาท และได้ผู้ประมูลไปแล้วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา จนขณะนี้ล่วงเลยมาแล้ว 15 วันปรากฏว่า ทางบริษัทยังคงไร้การติดต่อกับ อคส.ซึ่งคาดว่าจะถูกเบี้ยวเหมือนกับที่ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าโกดังคลังสินค้า ทั้งหมดให้ กับทางบริษัท ซึ่งต่างกับ อตก.ที่มีสัญญาณแบบเดียวกันแต่ อตก. ต่างกับ อคส. ที่จ่ายชำระค่าเช่าให้กับคลังสินค้าทั้งหมดโดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

ปัญหาดังกล่าวเป็นความเดือดร้อนทางภาคเอกชน ที่หน่วยงานภาครัฐมีพฤติกรรม ไม่จ่ายค่าเช่าคลังสินค้า ไม่ทำสัญญาค่าโกดัง ไม่ต่อท้ายสัญญาเช่าในสัญญาหลักของโกดังที่นำเข้ามาเก็บเพิ่ม และยังลูกเล่นหลอกล่อให้บริษัทยินยอมปล่อยข้าวในโกดังที่ 2 โดยอ้างจะจ่ายค่าเช่าและต่อท้ายสัญญาให้สำหรับโกดังหลังนี้ จนปัจจุบันก็ยังคงเพิกเฉย และได้กล่าวถึงรักษาการผู้อำนวยกา อคส.คนปัจจุบัน ที่ไม่ยอมทำหน้าที่ ปล่อยให้ปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้กับองค์กรและหน่วยงานภาคเอกชน เพียงรักษาการตำแหน่งเพื่อรอเกษียณอายุราชการเท่านั้น

Advertisement

นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย เจ้าของโกดังคลังสินค้าบริษัทสิงโตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด ยังได้กล่าวและพานักข่าวไปพิสูจน์กองข้าวเน่าซึ่งเป็นข้าวที่อยู่ในความดูแลของ อคส.ที่ทางอคส. ไม่นำเข้าโกดัง ส่งผลให้ข้าวเสียส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ถูกปล่อยทิ้งให้ตากแดดตากลมตากฝนนานถึง 4 ปี ข้าวดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของรัฐและทางบริษัทได้ออกหนังสือหลายฉบับแจ้งให้ทราบและมาแก้ไขนำเข้าเก็บในโกดังและรักษาคุณภาพข้าว แต่เพิกเฉยจนข้าวเสียหายมีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

จากกรณีดังกล่าวทางบริษัทสิงโตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐในยุคที่ผ่านมา ในวันนี้จึงฝากความหวังไว้กับรัฐบาลใหม่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและฝากถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ช่วยเหลือภาคเอกชนและมาตรวจสอบพิสูจน์ได้ที่โกดังคลังสินค้าของบริษัท และขอให้ช่วยนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบกองข้าวเน่า ที่ถูกทิ้งไว้ให้เสียหายว่าเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เพราะรัฐเป็นผู้เสียหาย ส่วนทางโรงสีก็ได้รับผลกระทบทางชื่อเสียงเนื่องจาก กองข้าวดังกล่าวนั้นถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ว่าโรงสีทำข้าวของรัฐเน่าเสียหาย จึงฝากไปยัง สตง.ให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อนำคนผิดไปลงโทษให้ได้